Page 156 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 156

[205]                                       156                       พจนานุกรมพุทธศาสตร





                       ดู [216] ขันธ 5; [74] ตัณหา 3; [293] มรรคมีองค 8; [124] สิกขา 3.

                  Vin.I.9; S.V.421; Vbh.99.                           วินย.4/14/18; สํ.ม.19/1665/528; อภิ.วิ.35/145/127.

               [205]  กิจในอริยสัจจ 4 (หนาที่อันจะพึงทํ าตออริยสัจจ 4  แตละอยาง,  ขอที่จะตอง
                  ปฏิบัติใหถูกตองและเสร็จสิ้นในอริยสัจจ 4  แตละอยาง  จึงจะชื่อวารูอริยสัจจหรือเปนผูตรัสรู

                  แลว — Ariyasaccesu kiccàni: functions concerning the Four Noble Truths)
                  1. ปริญญา (การกํ าหนดรู  เปนกิจในทุกข  ตามหลักวา  ทุกฺขํ  อริยสจฺจํ  ปริฺเยฺยํ  ทุกขควร

                  กํ าหนดรู  คือ  ควรศึกษาใหรูจักใหเขาใจชัดตามสภาพที่เปนจริง  ไดแก  การทํ าความเขาใจและ
                  กํ าหนดขอบเขตของปญหา —  Pari¤¤à:  comprehension; suffering is to be com-

                  prehended)

                  2. ปหานะ (การละ เปนกิจในสมุทัย ตามหลักวา ทุกฺขสมุทโย อริยสจฺจํ ปหาตพฺพํ สมุทัยควร
                  ละ  คือ  กํ าจัด  ทํ าใหหมดสิ้นไป  ไดแกการแกไขกํ าจัดตนตอของปญหา —  Pahàna:  era-

                  dication; abandonment; the cause of suffering is to be eradicated)
                  3. สัจฉิกิริยา (การทํ าใหแจง เปนกิจในนิโรธ ตามหลักวา ทุกฺขนิโรโธ อริยสจฺจํ สจฺฉิกาตพฺพํ

                  นิโรธควรทํ าใหแจง  คือ  เขาถึง  หรือบรรลุ  ไดแกการเขาถึงภาวะที่ปราศจากปญหา  บรรลุจุด
                  หมายที่ตองการ —  Sacchikiriyà:  realization; the cessation of suffering is to be

                  realized)

                  4. ภาวนา (การเจริญ เปนกิจในมรรค ตามหลักวา ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจฺจํ ภาเวตพฺพํ
                  มรรคควรเจริญ คือ ควรฝกอบรม ลงมือปฏิบัติ กระทํ าตามวิธีการที่จะนํ าไปสูจุดหมาย ไดแกการลงมือ

                  แกไขปญหา — Bhàvanà: development; practice; the path is to be followed or developed)
                       ในการแสดงอริยสัจจ ก็ดี ในการปฏิบัติธรรมตามหลักอริยสัจจ ก็ดี จะตองใหอริยสัจจแต

                  ละขอ  สัมพันธตรงกันกับกิจแตละอยาง  จึงจะเปนการแสดงและเปนการปฏิบัติโดยชอบ  ทั้งนี้
                  วางเปนหัวขอไดดังนี้

                  1. ทุกข เปนขั้นแถลงปญหาที่จะตองทํ าความเขาใจและรูขอบเขต (ปริญญา) — statement of

                  evil; location of the problem.
                  2. สมุทัย  เปนขั้นวิเคราะหและวินิจฉัยมูลเหตุของปญหา  ซึ่งจะตองแกไขกํ าจัดใหหมดสิ้นไป

                  (ปหานะ) — diagnosis of the origin.
                  3. นิโรธ เปนขั้นชี้บอกภาวะปราศจากปญหา อันเปนจุดหมายที่ตองการ ใหเห็นวาการแกปญหา

                  เปนไปได และจุดหมายนั้นควรเขาถึง ซึ่งจะตองทํ าใหสํ าเร็จ (สัจฉิกิริยา) — prognosis of its

                  antidote; envisioning the solution.
                  4. มรรค เปนขั้นกํ าหนดวิธีการ ขั้นตอน และรายละเอียดที่จะตองปฏิบัติในการลงมือแกปญหา

                  (ภาวนา) — prescription of the remedy; programme of treatment.
                                                                                       2
                       ความสํ าเร็จในการปฏิบัติทั้งหมด พึงตรวจสอบดวยหลัก [73] ญาณ 3

                  Vin.I.10; S.V.422.                                               วินย.4/15/20; สํ.ม.19/1666/529.
   151   152   153   154   155   156   157   158   159   160   161