Page 164 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 164

[219]                                       164                       พจนานุกรมพุทธศาสตร





                  3. ปญญาขันธ (กองปญญา,  หมวดปญญา  ประมวลธรรมทั้งหลาย  เชน  ธัมมวิจยะ  วิมังสา
                  ปฏิสัมภิทา สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ เปนตน — Pa¤¤à-khandha: body of wisdom or

                  insight; understanding category)
                  4. วิมุตติขันธ (กองวิมุตติ, หมวดวิมุตติ ประมวลธรรมทั้งหลาย เชน ปหาน วิราคะ วิโมกข

                  วิสุทธิ สันติ นิโรธ นิพพาน เปนตน — Vimutti-khandha: body of deliverance; deliver-
                  ance category)

                  5. วิมุตติญาณทัสสนขันธ (กองวิมุตติญาณทัสสนะ,  หมวดธรรมเกี่ยวกับการรูการเห็นใน
                  วิมุตติ  ประมวลธรรมทั้งหลาย  เชน  ผลญาณ  ปจจเวกขณญาณ  เปนตน —  Vimutti¤àõa-

                  dassana-khandha: body of the knowledge and vision of deliverance; knowing-

                  and-seeing-of-deliverance category)
                       ธรรมขันธ 4 ขอตน เรียกอีกอยางวา สาระ 4 (แกน, หลักธรรมที่เปนแกน, หัวใจธรรม —

                  essences)

                  D.III.279; A.III.134; A.II.140.            ที.ปา.11/420/301; องฺ.ปฺจก.22/108/152; องฺ.จตุกฺก.21/150/189.

               [219] ธรรมเทสกธรรม 5 (ธรรมของนักเทศก, องคแหงธรรมกถึก, ธรรมที่ผูแสดง

                  ธรรมหรือสั่งสอนคนอื่นควรตั้งไวในใจ —  Dhammadesaka-dhamma:  qualities of a
                  preacher; qualities which a teacher should establish in himself)

                  1. อนุปุพฺพิกถํ (กลาวความไปตามลํ าดับ  คือ  แสดงหลักธรรมหรือเนื้อหาวิชาตามลํ าดับความ
                  งายยากลุมลึก  มีเหตุผลสัมพันธตอเนื่องกันไปโดยลํ าดับ —  Anupubbikatha§:  His

                  instruction or exposition is regulated and gradually advanced.)

                  2. ปริยายทสฺสาวี (ชี้แจงยกเหตุผลมาแสดงใหเขาใจ  คือ  ชี้แจงใหเขาใจชัดในแตละแงแตละ
                  ประเด็น  โดยอธิบายขยายความ  ยักเยื้องไปตางๆ  ตามแนวเหตุผล —  Pariyàyadassàvã:  It

                  has reasoning or refers to causality.)
                  3. อนุทยตํ  ปฏิจฺจ (แสดงธรรมดวยอาศัยเมตตา  คือ  สอนเขาดวยจิตเมตตา  มุงจะใหเปน

                  ประโยชนแกเขา — Anudayata§ pañicca: It is inspired by kindness; teaching out of
                  kindliness.)

                  4. น  อามิสนฺตโร (ไมแสดงธรรมดวยเห็นแกอามิส  คือ  สอนเขามิใชเพราะมุงที่ตนจะไดลาภ
                  หรือผลประโยชนตอบแทน — Na àmisantaro: It is not for worldly gain.)

                  5. อตฺตานฺจ ปรฺจ อนุปหจฺจ (แสดงธรรมไมกระทบตนและผูอื่น คือ สอนตามหลักตาม

                  เนื้อหา มุงแสดงอรรถ แสดงธรรม ไมยกตน ไมเสียดสีขมขี่ผูอื่น — Anupahacca: It does
                  not hurt oneself or others; not exalting oneself while contempting others.)

                  A.III.184.                                                              องฺ.ปฺจก.22/159/205.

               [220]  ธรรมสมาธิ 5 (ธรรมที่ทํ าใหเกิดความมั่นสนิทในธรรม  เกิดความมั่นใจในการ
   159   160   161   162   163   164   165   166   167   168   169