Page 169 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 169
หมวด 5 169 [229]
2. วรรณะ คือ ความงามเอิบอิ่มผองใสนาเจริญตาเจริญใจ ไดแก ศีล (Vaõõa: beauty =
moral conduct)
3. สุขะ คือ ความสุข ไดแก ฌาน 4 (Sukha: happiness = the Four Meditative Absorptions)
4. โภคะ คือ ความพรั่งพรอมดวยทรัพยสมบัติและอุปกรณตางๆ อันอํ านวยความสุขความ
สะดวกสบาย ไดแก อัปปมัญญา หรือพรหมวิหาร 4 (Bhoga: wealth = the Four Boundless
Sublime States of Mind)
5. พละ คือ กํ าลังแรงความเขมแข็งที่ทํ าใหขมขจัดไดแมแตกํ าลังแหงมาร ทํ าใหสามารถดํ าเนินชีวิต
ที่ดีงามปลอดโปรงเปนสุข บํ าเพ็ญกิจดวยบริสุทธิ์และเต็มที่ ไมมีกิเลสหรือความทุกขใดๆ จะ
สามารถบีบคั้นครอบงํ า ไดแก วิมุตติ ความหลุดพน หมดสิ้นอาสวะ หรืออรหัตตผล (Bala:
strength or power = the Final Freedom)
D.III.77; S.V.147. ที.ปา.11/50/85; สํ.ม.19/700/198.
[228] พละ 5 (ธรรมอันเปนกํ าลัง — Bala: power)
องคธรรม 5 อยางในหมวดนี้ มีชื่อตรงกับ อินทรีย 5 จึงขอใหดูที่ [258] อินทรีย 5
พละหมวดนี้เปนหลักปฏิบัติทางจิตใจ ใหถึงความหลุดพนโดยตรง
D.III.239; A.III.10; Vbh.342. ที.ปา.11/300/252; องฺ.ปฺจก.22/13/11; อภิ.วิ.35/844/462.
[229] พละ 4 (ธรรมอันเปนกํ าลัง, ธรรมอันเปนพลังทํ าใหดํ าเนินชีวิตดวยความมั่นใจ ไม
หวั่นตอภัยทุกอยาง — Bala: strength; force; power)
1. ปญญาพละ (กํ าลังปญญา — Pa¤¤à-bala: power of wisdom)
2. วิริยพละ (กํ าลังความเพียร — Viriya-bala: power of energy or diligence)
3. อนวัชชพละ (กํ าลังสุจริต หรือ กํ าลังความบริสุทธิ์, ตามศัพทแปลวา กํ าลังการกระทํ าที่ไมมี
โทษ คือ มีกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมบริสุทธิ์ เชนมีความประพฤติและหนาที่การงานสุจริต
ไมมีขอบกพรองเสียหาย พูดจริง มีเหตุผล มุงดี ไมรุกรานใหรายใคร ทํ าการดวยเจตนาบริสุทธิ์
— Anavajja-bala: power of faultlessness, blamelessness or cleanliness)
4. สังคหพละ (กํ าลังการสงเคราะห คือ การยึดเหนี่ยวนํ้ าใจคนและประสานหมูชนไวในสามัคคี
— Saïgaha-bala: power of sympathy or solidarity) สงเคราะหดวยสังคหวัตถุ 4 คือ
4.1 ทาน (การใหปน โดยปกติหมายถึง ชวยเหลือในดานทุนหรือปจจัยเครื่องยังชีพ ตลอดจน
เผื่อแผกันดวยไมตรี อยางเลิศหมายถึงธรรมทาน คือ แนะนํ าสั่งสอนใหความรูความเขาใจ จน
เขารูจักพึ่งตนเองได — Dàna: gift; charity; benefaction)
4.2 เปยยวัชชะ (พูดจับใจ, = ปยวาจา คือ พูดดวยนํ้ าใจหวังดี มุงใหเปนประโยชน และรูจัก
พูดใหเปนผลดี ทํ าใหเกิดความเชื่อถือ สนิทสนม และเคารพนับถือกัน อยางเลิศหมายถึง หมั่น
แสดงธรรม คอยชวยชี้แจงแนะนํ าหลักความจริง ความถูกตองดีงาม แกผูที่ตองการ —
Peyyavajja: kindly speech)

