Page 173 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 173

หมวด 5                                      173                                    [234]




                  1. อาวาสมัจฉริยะ (ตระหนี่ที่อยู, หวงที่อาศัย เชน ภิกษุหวงเสนาสนะ กีดกันผูอื่นหรือผูมิใช
                  พวกของตน ไมใหเขาอยู เปนตน — âvàsa-macchariya: stinginess as to dwelling)

                  2. กุลมัจฉริยะ (ตระหนี่ตระกูล, หวงสกุล เชน ภิกษุหวงสกุลอุปฏฐาก คอยกีดกันภิกษุอื่นไม
                  ใหเกี่ยวของไดรับการบํ ารุงดวย เปนตน — Kula-macchariya: stinginess as to family)

                  3. ลาภมัจฉริยะ (ตระหนี่ลาภ,  หวงผลประโยชน  เชน  ภิกษุหาทางกีดกันไมใหลาภเกิดขึ้นแก

                  ภิกษุอื่น — Làbha-macchariya: stinginess as to gain)
                  4. วัณณมัจฉริยะ (ตระหนี่วรรณะ, หวงสรีรวัณณะ คือผิวพรรณของรางกาย ไมพอใจใหผูอื่น

                  สวยงาม ก็ดี หวงคุณวัณณะ คือ คํ าสรรเสริญคุณ ไมอยากใหใครมีคุณความดีมาแขงตน หรือ
                  ไมพอใจไดยินคํ าสรรเสริญคุณความดีของผูอื่น  ก็ดี  ตลอดจนแบงชั้นวรรณะกัน —  Vaõõa-


                  macchariya: stinginess as to recognition; caste or class discrimination)

                  5. ธัมมมัจฉริยะ (ตระหนี่ธรรม, หวงวิชาความรู และคุณพิเศษที่ไดบรรลุ ไมยอมสอนไมยอม
                  บอกผูอื่น  กลัวเขาจะรูเทียมเทาหรือเกินตน —  Dhamma-macchariya:  stinginess as to

                  knowledge or mental achievements)

                  D.III.234; A.III.271; Vbh.357.                ที.ปา.11/282/246; องฺ.ปฺจก.22/254/301; อภิ.วิ.35/978/509.


               [234] มาร 5 (สิ่งที่ฆาบุคคลใหตายจากคุณความดีหรือจากผลที่หมายอันประเสริฐ, สิ่งที่ลาง
                  ผลาญคุณความดี, ตัวการที่กํ าจัดหรือขัดขวางบุคคลมิใหบรรลุผลสํ าเร็จอันดีงาม — Màra: the

                  Evil One; the Tempter; the Destroyer)
                  1. กิเลสมาร (มารคือกิเลส,  กิเลสเปนมารเพราะเปนตัวกํ าจัดและขัดขวางความดี  ทํ าใหสัตว

                  ประสบความพินาศทั้งในปจจุบันและอนาคต — Kilesa-màra: the Màra of defilements)

                  2. ขันธมาร (มารคือเบญจขันธ, ขันธ 5 เปนมาร เพราะเปนสภาพอันปจจัยปรุงแตง มีความขัด
                  แยงกันเองอยูภายใน ไมมั่นคงทนนาน เปนภาระในการบริหาร ทั้งแปรปรวนเสื่อมโทรมไปเพราะ

                  ชราพยาธิเปนตน  ลวนรอนโอกาสมิใหบุคคลทํ ากิจหนาที่  หรือบํ าเพ็ญคุณความดีไดเต็ม
                  ปรารถนา อยางแรง อาจถึงกับพรากโอกาสนั้นโดยสิ้นเชิง — Khandha-màra: the Màra of

                  the aggregates)
                  3. อภิสังขารมาร (มารคืออภิสังขาร, อภิสังขารเปนมาร เพราะเปนตัวปรุงแตงกรรม นํ าใหเกิด

                  ชาติ ชรา เปนตน ขัดขวางมิใหหลุดพนไปจากสังสารทุกข — Abhisaïkhàra-màra: the Màra
                  of Karma-formations)

                  4. เทวปุตตมาร (มารคือเทพบุตร,  เทพยิ่งใหญระดับสูงสุดแหงชั้นกามาวจรตนหนึ่งชื่อวามาร
                  เพราะเปนนิมิตแหงความขัดของ  คอยขัดขวางเหนี่ยวรั้งบุคคลไว  มิใหลวงพนจากแดนอํ านาจ

                  ครอบงํ าของตน  โดยชักใหหวงพะวงในกามสุขไมหาญเสียสละออกไปบํ าเพ็ญคุณความดีที่ยิ่ง

                  ใหญได — Devaputta-màra: the Màra as deity)
                  5. มัจจุมาร (มารคือความตาย, ความตายเปนมาร เพราะเปนตัวการตัดโอกาสที่จะกาวหนาตอ
   168   169   170   171   172   173   174   175   176   177   178