Page 172 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 172

[233]                                       172                       พจนานุกรมพุทธศาสตร





                  ก.ญาติพลี สงเคราะหญาติ (to relatives, by giving help to them)
                  ข.อติถิพลี ตอนรับแขก (to guests, by receiving them)

                  ค.ปุพพเปตพลี ทํ าบุญอุทิศใหผูลวงลับ (to the departed, by dedicating merit to them)

                  ง. ราชพลี บํ ารุงราชการดวยการเสียภาษีอากรเปนตน (to the king, i.e. to the government, by
                  paying taxes and duties and so on)

                                           *
                  จ. เทวตาพลี  ถวายเทวดา   คือ  สักการะบํ ารุงหรือทํ าบุญอุทิศสิ่งที่เคารพบูชาตามความเชื่อถือ
                  (to the deities, i.e. those beings who are worshipped according to one’s faith)
                  5. อุปถัมภบํ ารุงสมณพราหมณผูประพฤติดีปฏิบัติชอบ (to support those monks and

                  spiritual teachers who lead a pure and diligent life)

                       เมื่อใชโภคทรัพยทํ าประโยชนอยางนี้แลว ถึงโภคะจะหมดสิ้นไป ก็สบายใจไดวา ไดใชโภคะ
                  นั้นใหเปนประโยชนถูกตองตามเหตุผลแลว  ถาโภคะเพิ่มขึ้นก็สบายใจเชนเดียวกัน  เปนอันไม

                  ตองเดือดรอนใจในทั้งสองกรณี.

                  A.III.45.                                                                องฺ.ปฺจก.22/41/48.

               [233] มัจฉริยะ 5 (ความตระหนี่, ความหวง, ความคิดกีดกันไมใหผูอื่นไดดี หรือมีสวน
                  รวม — Macchariya: meanness; avarice; selfishness; stinginess; possessiveness)



               *
                 ในจูฬนิทเทส  ทานอธิบายความหมายของ  เทวดา  ไววา   ไดแกสิ่งที่นับถือเปนทักขิไณยของตนๆ (เย  เยสํ
                 ทกฺขิเณยฺยา,  เต  เตสํ  เทวตา —  พวกไหนนับถือสิ่งใดเปนทักขิไณย  สิ่งนั้นก็เปนเทวดาของพวกนั้น)  และ

                 แสดงตัวอยางไวตามความเชื่อถือของคนสมัยพุทธกาล ประมวลไดเปน 5 ประเภท คือ
                 1.นักบวช นักพรต (ascetics) เชน อาชีวกเปนเทวดาของสาวกอาชีวก นิครนถ ชฎิล ปริพาชก ดาบส ก็เปน
                   เทวดาของสาวกนิครนถเปนตนเหลานั้นตามลํ าดับ
                 2.สัตวเลี้ยง (domestic animals) เชน ชางเปนเทวดาของพวกประพฤติพรตบูชาชาง มา โค ไก กา เปนตน
                   ก็เปนเทวดาของพวกถือพรตบูชาสัตวนั้นๆ ตามลํ าดับ
                 3.ธรรมชาติ (physical forces and elements) เชน ไฟเปนเทวดาของพวกประพฤติพรตบูชาไฟ แกว มณี
                   ทิศ พระจันทร พระอาทิตย เปนเทวดาของผูถือพรตบูชาสิ่งนั้นๆ ตามลํ าดับ
                 4.เทพชั้นตํ่ า (lower gods) เชน นาคเปนเทวดาของพวกประพฤติพรตบูชานาค ครุฑ ยักษ คนธรรพ เปน

                   เทวดาของผูถือพรตบูชานาคเปนตนเหลานั้นตามลํ าดับ (พระภูมิจัดเขาในขอนี้)
                 5.เทพชั้นสูง (higher gods) เชน พระพรหม เปนเทวดาของพวกประพฤติพรตบูชาพระพรหม พระอินทร
                   เปนเทวดาของผูถือพรตบูชาพระอินทร เปนตน
                   สํ าหรับชนที่ยังมีความเชื่อถือในสิ่งเหลานี้  พระพุทธศาสนาสอนเปลี่ยนแปลงเพียงใหเลิกเซนสรวงสังเวยเอา
                 ชีวิตบูชายัญหันมาบูชายัญชนิดใหม  คือบริจาคทานและบํ าเพ็ญกุศลกรรมตางๆ  อุทิศไปใหแทน  คือมุงที่วิธี
                 การอันจะใหสํ าเร็จประโยชนกอน  สวนการเปลี่ยนแปลงความเชื่อถือเปนเรื่องของการแกไขทางสติปญญา  ซึ่ง
                 ประณีตขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง  โดยเฉพาะนักบวชในประเภทที่ 1  แมสาวกใดจะเปลี่ยนมานับถือพระพุทธศาสนา
                 โดยสมบูรณ พระพุทธเจาก็ทรงแนะนํ าใหอุปถัมภบํ ารุงนักบวชนั้นตอไป
                       ดู Devatà ใน Pali Text Society’s Pali-English Dictionary, p. 330 ดวย
                   2
                 Nd 308.                                                                       ขุ.จู.30/120/45.
   167   168   169   170   171   172   173   174   175   176   177