Page 201 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 201

หมวด 6                                      201                                    [273]




                  1. เมตตากายกรรม (ตั้งเมตตากายกรรมในเพื่อนพรหมจรรย  ทั้งตอหนาและลับหลัง  คือ
                  ชวยเหลือกิจธุระของผูรวมหมูคณะดวยความเต็มใจ  แสดงกิริยาอาการสุภาพ  เคารพนับถือกัน

                  ทั้งตอหนาและลับหลัง — Mettàkàyakamma: to be amiable in deed, openly and in
                  private)

                  2. เมตตาวจีกรรม (ตั้งเมตตาวจีกรรมในเพื่อนพรหมจรรย  ทั้งตอหนาและลับหลัง  คือ  ชวย
                  บอกแจงสิ่งที่เปนประโยชน  สั่งสอน  แนะนํ าตักเตือนดวยความหวังดี  กลาววาจาสุภาพ  แสดง

                  ความเคารพนับถือกัน  ทั้งตอหนาและลับหลัง —  Mettàvacãkamma: to be amiable in
                  word, openly and in private)

                  3. เมตตามโนกรรม (ตั้งเมตตามโนกรรมในเพื่อนพรหมจรรย ทั้งตอหนาและลับหลัง คือ ตั้ง

                  จิตปรารถนาดี คิดทํ าสิ่งที่เปนประโยชนแกกัน มองกันในแงดี มีหนาตายิ้มแยมแจมใสตอกัน —
                  Mettàmanokamma: to be amiable in thought, openly and in private)

                  4. สาธารณโภคิตา (ไดของสิ่งใดมาก็แบงปนกัน  คือ  เมื่อไดสิ่งใดมาโดยชอบธรรม  แมเปน
                  ของเล็กนอย ก็ไมหวงไวผูเดียว นํ ามาแบงปนเฉลี่ยเจือจาน ใหไดมีสวนรวมใชสอยบริโภคทั่วกัน

                  — Sàdhàraõabhogità: to share any lawful gains with virtuous fellows) ขอนี้ ใช
                  อัปปฏิวิภัตตโภคี ก็ได

                  5. สีลสามัญญตา (มีศีลบริสุทธิ์เสมอกันกับเพื่อนพรหมจรรยทั้งหลาย  ทั้งตอหนาและลับหลัง

                  คือ  มีความประพฤติสุจริตดีงาม  ถูกตองตามระเบียบวินัย  ไมทํ าตนใหเปนที่นารังเกียจของหมู
                  คณะ — Sãlasàma¤¤atà: to keep without blemish the rules of conduct along with

                  one’s fellows, openly and in private)
                  6. ทิฏฐิสามัญญตา (มีทิฏฐิดีงามเสมอกันกับเพื่อนพรหมจรรยทั้งหลาย  ทั้งตอหนาและลับ

                  หลัง คือ มีความเห็นชอบรวมกัน ในขอที่เปนหลักการสํ าคัญอันจะนํ าไปสูความหลุดพน สิ้นทุกข
                  หรือขจัดปญหา — Diññhisàma¤¤atà: to be endowed with right views along with

                  one’s fellows, openly and in private)

                       ธรรม 6 ประการนี้ มีคุณคือ เปน สารณียะ (ทํ าใหเปนที่ระลึกถึง — making others to
                  keep one in mind) เปน ปยกรณ (ทํ าใหเปนที่รัก — endearing) เปน ครุกรณ (ทํ าใหเปนที่

                  เคารพ — bringing respect)  เปนไปเพื่อ  ความสงเคราะห  (ความประสานกลมกลืน —
                  conducing to sympathy or solidarity) เพื่อ ความไมวิวาท (to non-quarrel) เพื่อ ความ

                  สามัคคี  (to concord; harmony)  และเพื่อ  เอกีภาพ  (ความเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน — to
                  unity)

                  D.III.245; A.III.288–9.                                  ที.ปา.11/317/257; องฺ.ฉกฺก.22/282–3/321–3.

               [,,,] อนุตตริยะ 6 ดู [127] อนุตตริยะ 6


               [,,,] อบายมุข 6 ดู [200] อบายมุข 6.
   196   197   198   199   200   201   202   203   204   205   206