Page 218 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 218

[298]                                       218                       พจนานุกรมพุทธศาสตร





                  7. ทิพพจักขุ (ตาทิพย — Dibbacakkhu: divine eye)
                  8. อาสวักขยญาณ (ความรูที่ทํ าใหสิ้นอาสวะ — âsavakkhaya¤àõa: knowledge of the

                  exhaustion of mental intexicants)

                       ขอที่ 2 โดยมากจัดเขาในขอที่ 3 ดวย ขอที่ 3 ถึง 8 (6 ขอทาย) ตรงกับ อภิญญา 6  ดู
                  [106] วิชชา 3; [274] อภิญญา 6; [311] วิปสสนาญาณ 9.

                  D.I.76–84; M.II.17.                                                   ที.สี.9/131–138/101–112.

               [298] วิโมกข 8 (ความหลุดพน,  ภาวะที่จิตปลอดพนจากสิ่งรบกวนและนอมดิ่งเขาไปใน

                  อารมณนั้นๆ  อยางปลอยตัวหรือปลอดตัวเต็มที่  ซึ่งเปนไปในขั้นตอนตางๆ  —  Vimokkha:
                  liberations; the eight stages of release)

                  1. ผูมีรูป มองเห็นรูปทั้งหลาย (ไดแก รูปฌาน 4 ของผูไดฌานโดยเจริญกสิณที่กํ าหนดวัตถุใน

                  กายของตน เชน สีผม — Remaining in the Fine-Material Sphere, one perceives
                  corporeal forms.)

                  2. ผูมีอรูปสัญญาภายใน มองเห็นรูปทั้งหลายภายนอก (ไดแก รูปฌาน 4 ของผูไดฌานโดย
                  เจริญกสิณกํ าหนดอารมณภายนอก — Not perceiveing internal corporeal forms, one

                  perceives corporeal forms externally.)

                  3. ผูนอมใจดิ่งไปวา “งาม”  (ไดแก  ฌานของผูเจริญวรรณกสิณ  กํ าหนดสีที่งาม  หรือเจริญ
                  อัปปมัญญา — One is intent on the thought, “It is beautiful”.)
                  4. เพราะลวงเสียซึ่งรูปสัญญาโดยประการทั้งปวง  เพราะปฏิฆสัญญาดับไป  เพราะไมใสใจ

                  นานัตตสัญญา จึงเขาถึงอากาสานัญจายตนะ โดยมนสิการวา อากาศหาที่สุดมิได (— One

                  attains and abides in the Sphere of Unbounded Space.)
                  5. เพราะลวงเสียซึ่งอากาสานัญจายตนะโดยประการทั้งปวง  จึงเขาถึงวิญญาณัญจายตนะ

                  โดยมนสิการวา วิญญาณหาที่สุดมิได (— One attains and abides in the Sphere of

                  Unbounded Consciousness.)
                  6. เพราะลวงเสียซึ่งวิญญาณัญจายตนะโดยประการทั้งปวง จึงเขาถึงอากิญจัญญายตนะ โดย


                  มนสิการวา ไมมีอะไรเลย (— One attains and abides in the Sphere of Nothingness.)
                  7. เพราะลวงเสียซึ่งอากิญจัญญายตนะโดยประการทั้งปวง  จึงเขาถึงเนวสัญญานาสัญญายตนะ

                  อยู  (— One attains and abides in the Sphere of Neither-Perception-Nor-Non-

                  perception.)
                  8. เพราะลวงเสียซึ่งเนวสัญญานาสัญญายตนะโดยประการทั้งปวง  จึงเขาถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ

                  อยู (— One attains and abides in the Cessation of Perception and Feeling.)

                  D.III.262,288; A.IV.306.                            ที.ปา.11/350/276; 453/328; องฺ.อฏก.23/163/315.
               [,,,] ศีล 8 ดู [240] ศีล 8.
   213   214   215   216   217   218   219   220   221   222   223