Page 257 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 257

หมวดเกิน 10                                 257                                    [342]




                  practice)
                  6. ปตตปณฑิกังคะ (องคแหงผูถือฉันเฉพาะในบาตรเปนวัตร คือ ไมใชภาชนะใสอาหารเกิน 1

                  อยางคือบาตร  คํ าสมาทานวา  “ทุติยภาชนํ  ปฏิกฺขิปามิ,  ปตฺตปณฺฑิกงฺคํ  สมาทิยามิ”  แปลวา
                  “ขาพเจางดภาชนะที่สอง  สมาทานองคแหงผู—” —  Pattapiõóikaïga:  bowl-food-eater’s

                  practice)

                  7. ขลุปจฉาภัตติกังคะ (องคแหงผูถือหามภัตที่ถวายภายหลังเปนวัตร  คือเมื่อไดปลงใจกํ าหนด
                  อาหารที่เปนสวนของตน  ซึ่งเรียกวาหามภัต  ดวยการลงมือฉันเปนตนแลว  ไมรับอาหารที่เขานํ ามา
                  ถวายอีก  แมจะเปนของประณีต  คํ าสมาทานวา  “อติริตฺตโภชนํ  ปฏิกฺขิปามิ,  ขลุปจฺฉาภตฺติกงฺคํ
                  สมาทิยามิ”  แปลวา “ขาพเจางดโภชนะอันเหลือเฟอ  สมาทานองคแหงผู—” —  Khalupacchà-


                  bhattikaïga: later-food-refuser’s practice)
                       หมวดที่ 3 เสนาสนปฏิสังยุตต (เกี่ยวกับเสนาสนะ — connected with the resting place)

                  8. อารัญญิกังคะ (องคแหงผูถืออยูปาเปนวัตร อยูหางบานคนอยางนอย 500  ชั่วธนู  คือ 25

                  เสน คํ าสมาทานวา “คามนฺตเสนาสนํ ปฏิกฺขิปามิ, อารฺิกงฺคํ สมาทิยามิ” แปลวา “ขาพเจางด
                  เสนาสนะชายบาน สมาทานองคแหงผู—” — âra¤¤ikaïga: forest-dweller’s practice)
                  9. รุกขมูลิกังคะ (องคแหงผูถืออยูโคนไมเปนวัตร คํ าสมาทานวา “ฉนฺนํ ปฏิกฺขิปามิ, รุกฺขมูลิกงฺคํ

                  สมาทิยามิ” แปลวา “ขาพเจางดที่มุงบัง สมาทานองคแหงผู—” — Rukkhamålikaïga: tree-root-

                  dweller’s practice)
                  10. อัพโภกาสิกังคะ (องคแหงผูถืออยูที่แจงเปนวัตร  คํ าสมาทานวา  “ฉนฺนฺจ  รุกฺขมูลฺจ

                  ปฏิกฺขิปามิ,  อพฺโภกาสิกงฺคํ  สมาทิยามิ”  แปลวา “ขาพเจางดที่มุงบังและโคนไม  สมาทานองค

                  แหงผู—” — Abbhokàsikaïga: open-air-dweller’s practice)
                  11. โสสานิกังคะ (องคแหงผูถืออยูปาชาเปนวัตร  คํ าสมาทานวา  “อสุสานํ  ปฏิกฺขิปามิ,

                  โสสานิกงฺคํ สมาทิยามิ” แปลวา “ขาพเจางดที่มิใชปาชา สมาทานองคแหงผู—” — Sosànikaïga:

                  charnel-ground-dweller’s practice)
                  12. ยถาสันถติกังคะ (องคแหงผูถืออยูในเสนาสนะแลวแตเขาจัดให   คํ าสมาทานวา “เสนาสน-


                  โลลุปฺป ปฏิกฺขิปามิ, ยถาสนฺถติกงฺคํ สมาทิยามิ” แปลวา “ขาพเจางดความอยากเอาแตใจในเสนาสนะ
                  สมาทานองคแหงผู—” — Yathàsanthatikaïga: any-bed-user’s practice)

                       หมวดที่ 4 วิริยปฏิสังยุตต (เกี่ยวกับความเพียร — connected with energy)
                  13. เนสัชชิกังคะ (องคแหงผูถือการนั่งเปนวัตร  คือเวนนอน  อยูดวยเพียง 3  อิริยาบถ  คํ า

                  สมาทานวา “เสยฺยํ ปฏิกฺขิปามิ, เนสชฺชิกงฺคํ สมาทิยามิ” แปลวา “ขาพเจางดการนอน สมาทาน

                  องคแหงผู—” — Nesajjikaïga: sitter’s practice)
                       ขอควรทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุดงค 13


                  ก. โดยยอ ธุดงคมี 8 ขอ เทานั้น คือ

                     1) องคหลัก 3 (สีสังคะ — principal practices) คือ สปทานจาริกังคะ (เทากับไดรักษา
   252   253   254   255   256   257   258   259   260   261   262