Page 104 - การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ
P. 104
รวมทั้งการมีคู่มือการสอน ช่วยทำให้บุคลากรทุกฝ่าย ทุกสาขา สามารถให้ข้อมูลในเรื่องเดียวกัน ในทิศทาง
เดียวกัน ทำให้ผู้ป่วยไม่สับสน
ตัวชี้วัดที่ชัดเจน
หากมีการวัดระดับ serum creatinine ได้ถูกต้อง จะทำให้ค่า eGFR ที่เชื่อถือได้ จะช่วยบอกได้ว่าการ
รักษาได้ผลดีมาก หรือ น้อย
อาจารย์ธีรวัฒน์ได้กล่าวถึงผลการติดตามผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 และ 4 ที่เข้าร่วมโครงการ พบว่ามี
ค่าการทำงานของไตหรือ eGFR ลดลงเฉลี่ยเพียง -0.9 มิลลิลิตร/นาที/พื้นที่ผิวร่างกาย 1.73 ตารางเมตร ซึ่งถือ
ว่าการดูแลตามขั้นตอนของโครงการวิจัยนี้ได้ผลดีมาก และได้กล่าวถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีอัตราเสื่อมของ
ไตทรุดลงมากว่า คือระดับความดันโลหิต (ที่สูงมากกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอท) การไม่ได้รับยากลุ่ม
ACEi/ARB หรือ Acidosis การมีระดับ HbA1C สูงกว่า (ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน) และระดับ
serum bicarbonate ที่ต่ำกว่า (ต่ำกว่า 22 m mol/L)
อาจารย์เมธีได้กล่าวถึงเรื่องคุณภาพชีวิต หรือ Quality of life ซึ่งมักเปลี่ยนแปลงตามความรุนแรง
ของโรค ในกรณีของโรคไตเรื้อรัง การได้รับการดูแลด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพที่โรงพยาบาลชุมชน ร่วมกับการมี
ทีมเยี่ยมบ้าน ทำให้ผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ความรู้สึกไม่สบายตัว
น้อยลง และความรู้สึกซึมเศร้าลดลง เนื่องจากคุณภาพชีวิตเกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านโรคทางกาย อารมณ์
และเศรษฐานะด้วย จึงมักพบว่า ผู้ป่วยที่มีการศึกษาน้อยกว่า หรือมีโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจ หรือมีโลหิตจาง
หรือมีภาวะซึมเศร้าจากสาเหตุใดก็ตาม หรือเป็นโรคไตเรื้อรังระยะรุนแรงมักมีคุณภาพชีวิตด้อยกว่า
จากการบรรยายของ นพ.จักรพงษ์ เฮงตระกูลเวนิช เรื่องผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ปฏิเสธการ
ล้างไตต่อไป แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า ผู้ป่วยที่มีความสามารถในการเคลื่อนไหวได้เองน้อยกว่า
ผู้ป่วยที่คู่สมรสเสียชีวิตแล้ว มักเป็นกลุ่มที่มักปฏิเสธที่จะทำการรักษาด้วยการล้างไต (Dialysis) ต่อไป ผู้ป่วย
กลุ่มนี้มักไม่ปรึกษาสมาชิกในครอบครัว แต่มักตัดสินใจเอง และมีเหตุผลที่พบบ่อยที่สุด คือ ไม่ต้องการเป็น
ภาระแก่บุคคลอื่นในครอบครัว (โดยเฉพาะกับลูก) ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่า บุคลากรที่ รพ.สต. ได้แก่ พยาบาล
ชุมชน และนักวิชาการสาธารณสุขประจำตำบล จำเป็นต้องได้รับการอบรมให้มีความรู้เกี่ยวกับ การรักษา
แบบประคับประคอง (palliative care) เป็นอย่างดี
ในช่วงการอภิปรายหมู่ กลุ่มพยาบาลที่ดูแลคลินิกโรคไตของโรงพยาบาล ได้ให้ข้อคิดสำคัญไว้หลาย
ประการว่า เมื่อเริ่มจัดตั้งคลินิกโรคไตเรื้อรังครั้งแรกนั้นค่อนข้างสับสนมาก แต่อาศัยมีพี่เลี้ยงคือ คุณสุชัญญา
พรหมนิ่ม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการที่ โรงพยาบาลคลองขลุงช่วยแนะนำ ได้เล่าถึงประเด็นสำคัญอื่น ๆ
สำหรับการเริ่มต้นจัดตั้งคลินิกโรคไตเรื้อรัง ได้แก่ การพัฒนาสื่อการสอน การจัดคลินิกแยก การประชุมทีม
ร่วมกันบ่อย ๆ และการจัดการข้อมูล ปัญหาประการหนึ่ง คือ ผู้ป่วยไม่ยอมเชื่อว่าตัวเองกำลังเป็นโรคไตเรื้อรัง
เนื่องจากไม่มีอาการอะไร จึงต้องอาศัยความรู้ของบุคลากร ร่วมกับสื่อการสอนต่าง ๆ ในการอธิบาย ในกรณี
96

