Page 112 - หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต
P. 112
112
2. เจตนายึดถือทรัพย์สินนั้นไว้เพอตน กล่าวคือ ตามมาตรา 1369 บุคคลใดยึดถือ
ื่
ื่
ทรัพย์สินไว้ ให้สันนิษฐานว่ามีเจตนายึดถือทรัพย์สินนั้นเพอตน แต่ไม่จำต้องมีเจตนาจะเป็นเจ้าของ
ั
ทรัพย์สินนั้น เช่น การเช่าบ้าน ผู้เช่าได้ยึดถือบ้านไว้เพอประโยชน์ของตนในอนที่จะใช้สอยบ้าน ผู้เช่า
ื่
ื่
ได้สิทธิครอบครอง ผู้รับจำนำได้ยึดถือทรัพย์ที่จำนำโดยมีเจตนาเพอประโยชน์ในการประกันการชำระ
หนี้ ผู้รับจำนำมีสิทธิครอบครองในทรัพย์สินที่จำนำ หรือกรณีขโมยเอาทรัพย์ไปถ้าได้ยึดถือทรัพย์นั้น
ื่
เพื่อตนก็ถือว่าได้สิทธิครอบครองแล้ว ทั้งนี้จะไม่มเจตนายึดถือเพอตนก็ต่อเมื่อหักล้างได้ว่าผู้ยึดถือเป็น
ี
เพยงคนใช้ หรือยึดถือเพียงชั่วคราวอนสั้น ของตกหล่นในที่สาธารณะเจ้าของไม่มีเจตนายึดถือเพอตน
ั
ี
ื่
เป็นต้น
คำพพากษาศาลฎีกาที่ 2877/2523 โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพพาทกันแล้ว
ิ
ิ
ิ
ิ
ยอมให้จำเลยเข้าครอบครองที่พพาท การครอบครองที่พพาทของจำเลยจึงเป็นการครอบครองแทน
โจทก์ จำเลยจะครอบครองนานเท่าใดก็ไม่ได้สิทธิครอบครองเพราะจำเลยไม่ได้บอกกล่าวเปลี่ยน
ลักษณะแห่งการครอบครองไปยังโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381
ผู้ทรงสิทธิครอบครองมีอำนาจแห่งสิทธิหลายประการ ดังนี้ มีสิทธิปลดเปลื้องการรบกวน
การครอบครอง มีสิทธิเรียกเอาคืนซึ่งการครอบครอง มีสิทธิได้ดอกผล และโอนสิทธิครอบครองได้
ดังนั้นสิทธิครอบครองจึงเป็นทรัพยสิทธิที่ยันบุคคลอื่นได้ทั่วไป เว้นแต่ผู้อื่นนั้นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ใน
ทรัพย์สิน เช่น ผู้เช่าที่ดินทำไร่ แต่ขุดหินใต้ดินขาย ดังนี้ผู้เช่าย่อมมีความผิดอาญาฐานลักทรัพย์ ทั้งนี้
ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย์คนที่บุกรุกก็มีสิทธิครอบครองตามมาตรา 1374-1376 แต่ถ้า
่
เป็นที่ดิน มือเปล่าอาจมีสิทธิเพมเติมตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือตามบรรทัดฐานคำพพากษาศาล
ิ
ิ่
ฎีกา
ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับสิทธิครอบครอง
บทบัญญัติตั้งแต่มาตรา 1369 ถึงมาตรา 1373 เป็นบทสันนิษฐานตามกฎหมายที่เป็นคุณ
ี
ิ
แก่ผู้ครอบครองทรัพย์สิน ที่ไม่ต้องมีภาระในการพสูจน์ให้ศาลเชื่อ แต่อกฝ่ายหนึ่งสามารถพสูจน์
ิ
หักล้างบทสันนิฐานเหล่านี้ได้เสมอ ดังต่อไปนี้
1. สันนิษฐานว่ายึดถือเพื่อตน
ข้อสันนิษฐานที่ว่า “บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินไว้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นยึดถือ
เพื่อตน” เป็นบทสันนิษฐานจากพฤติการณ์และข้อเท็จจริงว่าบุคคลที่ครอบครองยึดถือทรัพย์สินอยู่ถือ

