Page 758 - ตำราเคมีอินทรีย์ [Jadsada Ratniyom]
P. 758

730                                                              อนุพันธ์ของกรดคาร์บอกซิลิก








                         แรง dipole-dipole       แรง dipole-dipole          พันธะไฮโดรเจน,
                          และแรงลอนดอน            และแรงลอนดอน      แรง dipole-dipole, และแรงลอนดอน
                                                                            มวลโมเลกุล 73
                          มวลโมเลกุล 78.5          มวลโมเลกุล 74           จุดเดือด 213 ˚C
                                                   จุดเดือด 58 ˚C
                           จุดเดือด 52 ˚C

                                     จุดเดือดใกล้เคียงกัน                   จุดเดือดสูงที่สุด



               จะเห็นว่าแอซิดคลอไรด์และเอสเทอร์มีแรงระหว่างโมเลกุลเป็น แรง dipole-dipole และแรง
               ลอนดอน ที่มวลโมเลกุลใกล้เคียงกันจุดเดือดของสารทั้งสองชนิดใกล้เคียงกัน ส่วนเอไมด์มีพันธะ
               ไฮโดรเจนจึงมีจุดเดือดสูงที่สุด
                       อนุพันธ์ของกรดคาร์บอกซิลิกส่วนใหญ่ละลายในตัวทำละลายอินทรีย์ แต่เอสเทอร์ เอไมด์ ที่

               มีจำนวนคาร์บอนอะตอมไม่เกิน 5 อะตอมจะยังสามารถละลายน้ำได้บ้าง เช่น acetamide และ
               methyl acetate เป็นต้น



               13.4 เอสเทอร์และเอไมด์ที่น่าสนใจ

                       อนุพันธ์ของกรดคาร์บอกซิลิก ที่มักพบเจอในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่จะเป็นเอสเทอร์และเอ-
               ไมด์ บางตัวใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในเครื่องสำอาง หรือบางตัวมีประโยชน์ทางยา


                       13.4.1 วิตามินซีหรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid)
                              วิตามินซีหรือกรดแอสคอร์บิก จัดเป็นสารประเภทเอสเทอร์ เพราะมีหมู่ COOR หรือ
               หากจำแนกให้ลึกลงไปก็จะเป็นแลคโทน (โครงสร้างแสดงในภาพที่ 13.3) จากหลักฐานทางวิชาการ
               วิตามินซีในรูปของ กรดแอสคอร์บิก มีประโยชน์ต่อผิวพรรณเป็นอย่างมาก อาทิ มีฤทธิ์ช่วยบำรุงให้ผิว

               ขาวใส ต่อต้านอนุมูลอิสระ (anti-aging) ได้เป็นอย่างดี (Farris, 2005; Pinnell et al., 2001) ผลัด
               เซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และยังมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน ด้วยคุณสมบัติครบเครื่องเหล่านี้
               จึงมักเห็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในท้องตลาดส่วนใหญ่เคลมว่ามีส่วนผสมของวิตามินซี ตัววิตามินซีเองจะ
               สามารถละลายได้ดีในน้ำ แต่เมื่อละลายน้ำแล้วจะไม่เสถียร จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็น 2,3-

               diketogulonic acid (DKGA) (เจษฎา ราษฎร์นิยม, 2559) ซึ่งเป็นสารที่มีสีเหลืองเข้ม เป็นสารที่ไม่
               ออกฤทธิ์ทางชีวภาพและไม่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ หากผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสม
               ของวิตามินซีและมีสีเหลืองเข้มให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ตัววิตามินซีที่เป็นสารออกฤทธิ์หลักในครีม
               บำรุงผิวนั้นเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว (บางแบรนด์จะใส่สีเหลืองไว้ผลิตภัณฑ์อยู่ก่อนแล้ว เพอไม่ให้ผู้บริโภค
                                                                                      ื่
               ทราบได้ว่าสีเหลืองนี้เป็นสีดั้งเดิมของครีมนั้นหรือเกิดจากการเสื่อมสภาพของวิตามินซี ซึ่งการกระทำ
               เช่นนี้ถื่อเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างมาก) ด้วยข้อจำกัดนี้ บริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางจึงพยายาม
   753   754   755   756   757   758   759   760   761   762   763