Page 92 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 92

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ  บริษัทกำร์ด แอสโซซิเอท

                       ที่ วทป ๔๙/๒๕๖๓                          (ไทยแลนด์) จ�ำกัด          โจทก์

                                                                บริษัทจี.เอ.ที. ซับคอนแทรค
                                                                เซอร์วิส จ�ำกัด             จ�ำเลย




                       กำรจะวินิจฉัยว่ำ คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับเครื่องหมำยกำรค้ำ หรือไม่นั้น เนื่องจำก
                                                                                 ื
                   ี
                 ี
              คดน้โจทก์ได้บรรยำยฟ้องประกอบเอกสำรท้ำยค�ำฟ้องว่ำ จ�ำเลยน�ำเคร่องหมำยบริกำร
                                                                       ึ
              G.A.T. หรือ จี.เอ.ที. มำจดทะเบียนกับกิจกำรจ�ำพวก ๓๕ ซ่งเป็นกิจกำรเดียวกับโจทก์
                                                                      ื
                      ื
              และเคร่องหมำยบริกำรมีลักษณะส่วนใหญ่คล้ำยกับเคร่องหมำยบริกำรของโจทก์
                              ั
                                                     ั
              อันท�ำให้บุคคลท่วไปเข้ำใจได้ว่ำกิจกำรน้นเป็นกิจกำรเดียวกับโจทก์ ส่วนจ�ำเลยอ้ำงว่ำ
                                                                                                ี
               �
                                                                                           ี
                                     ื
                                     ่
                                                             ื
              จำเลยได้จดทะเบียนเครองหมำยกำรค้ำ และเคร่องหมำยบริกำร G.A.T. หรือ จ.เอ.ท.
                                               ี
                                                ิ
                                          ่
                                    �
                                                            ื
                                                            ่
                                                         ้
                                                    ่
                                                   ิ
                                                    ี
                                                                                             ิ
                       ้
                                                                                  ื
              โดยชอบดวยกฎหมำย จำเลยยอมมสทธทจะใชเครองหมำยกำรคำและเครองหมำยบรกำร
                                                                                  ่
                                                                          ้
                                                                                  ื
              ดังกล่ำว กรณีจึงมีประเด็นต้องพิจำรณำวินิจฉัยด้วยว่ำ กำรจดทะเบียนเคร่องหมำยบริกำร
              ของจ�ำเลย ในจ�ำพวก ๓๕ นั้นเหมือนหรือคล้ำยกับเครื่องหมำยบริกำรของโจทก์จนท�ำให้
              ประชำชนสับสนหลงผิดหรือไม่ และจ�ำเลยละเมิดสิทธิในเคร่องหมำยบริกำรของโจทก์หรือ
                                                                     ื
                                                        ื
              ไม่ ตลอดจนจ�ำเลยใช้สิทธิในฐำนะเจ้ำของเคร่องหมำยกำรค้ำและเคร่องหมำยบริกำรโดย
                                                                              ื
              สุจริตหรือไม่ ซ่งล้วนเป็นประเด็นข้อพิพำทท่เก่ยวข้องกับเคร่องหมำยกำรค้ำของโจทก์
                                                                        ื
                             ึ
                                                           ี
                                                         ี
              และจ�ำเลย คดีนี้จึงเป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับเครื่องหมำยกำรค้ำ ตำมบทบัญญัติมำตรำ ๗ (๓)
              แห่ง พ.ร.บ. จัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคด      ี
                             ั
              ทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
                                      _____________________________

                       โจทก์ฟ้องว่ำ โจทก์และจ�ำเลยต่ำงเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจ�ำกัด เม่อประมำณ
                                                                                       ื
              ปี ๒๕๔๗ นำยวีรนันท์ กรรมกำรของโจทก์กับเจ้ำสุรสีห์ กรรมกำรของจ�ำเลยได้ร่วมกันก่อต้ง
                                                                                               ั
              โจทก์ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในกำรประกอบกิจกำรประเภทรักษำควำมปลอดภัย จัดหำบุคลำกร
              ท�ำควำมสะอำดเพื่อให้บริกำรแก่หน่วยงำนต่ำง ๆ โดยใช้เครื่องหมำย G.A.T. หรือ จี.เอ.ที. แต่
                                                                           ั
                                                            ั
              ไม่ได้จดทะเบียน ต่อมำในปี ๒๕๕๕ ได้ร่วมกันก่อต้งจ�ำเลย จนกระท่งเม่อประมำณปี ๒๕๕๗
                                                                              ื
              นำยวีรนันท์กับเจ้ำสุรสีห์มีควำมเห็นไม่ตรงกันทำงธุรกิจจึงตกลงแยกกันด�ำเนินธุรกิจโดย
                                                       ื
                                                                           ื
              เจ้ำสุรสีห์ออกมำบริหำรจ�ำเลย และได้สิทธิเคร่องหมำยกำรค้ำและเคร่องหมำยบริกำร G.A.T.
                                                      64
   87   88   89   90   91   92   93   94   95   96   97