Page 168 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 168

เปนผูผิดสัญญาและบอกเลิกสัญญาจางงานกับโจทกเอง จำเลยที่ ๑ จึงไมมีสิทธิเรียกคาใชจาย

              ในการฝกอบรม ที่สัญญาจางงาน ขอ ๙ เรื่องความรับผิดชอบของพนักงาน ขอ ๙.๑ ระบุวา ไมวา

              จะอยูในอายุสัญญาหรือสิ้นสุดสัญญา พนักงานไมสามารถถายทอด สอน แสดง โชว หรือกระทำการ
              ใด ๆ ที่เปนการนำความรูที่ไดรับจากการฝกสอน ฝกอบรม จากบริษัทและหรือจากสถาบันอื่น

              โดยบริษัทเปนผูจัดหาใหกับบุคคลภายนอกโดยปราศจากความยินยอมเปนลายลักษณอักษรจาก

              บริษัท หากพนักงานกระทำการใด ๆ ที่อาจจะกอใหเกิดความเสียหายตอบริษัทดวยทางใดทางหนึ่ง

              พนักงานตกลงยินยอมที่จะชดใชคาเสียหายตามแตบริษัทเรียกรอง โดยมูลคาความเสียหายสูงสุด
              ไมเกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท สัญญาดังกลาวไมกำหนดขอบเขตระยะเวลาและพื้นที่อันจะใชบังคับตอกัน

              อันเปนการผูกมัดหรือบังคับคูสัญญาตลอดไป จึงเปนสัญญาที่ไมเปนธรรม ไมอาจใหนำมาใชบังคับได

                       ที่จำเลยทั้งสามอุทธรณในขอ ๓ วา โจทกกระทำผิดตามหนังสือบอกเลิกสัญญาจางและ

              หนังสือตักเตือน เห็นวา เมื่อศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงแลววา แมโจทกมีหนาที่จัดตาราง
              การเรียนการสอน แตตองไดรับความเห็นชอบจากจำเลยที่ ๒ ทั้งจำเลยที่ ๒ ยังสามารถแกไข

              เปลี่ยนแปลงตารางการเรียนการสอนไดโดยไมตองแจงโจทก โจทกไดปฏิบัติหนาที่ตามขอบเขตที่ไดรับ

              มอบหมายแลว ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไมไดเกิดจากโจทก โจทกจึงไมไดกระทำผิดตามหนังสือ

              บอกเลิกสัญญาจาง อุทธรณของจำเลยทั้งสามดังกลาวจึงลวนเปนอุทธรณโตเถียงหรือโตแยง
              ดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง จึงเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตอง

              หามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒

              มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

                       ที่จำเลยทั้งสามอุทธรณในขอ ๔ ขอ ๕ และขอ ๗ วา โจทกไมมีสิทธิไดรับคาชดเชย สินจาง
              แทนการบอกกลาวลวงหนา คาเสียหายจากการปรับลดคลาสการสอนและคาขาดโอกาสเพราะ

              จำเลยทั้งสามจายคาจางเปนเงินเดือนใหแกโจทกครบถวนแลว สวนคาฝกสอนนั้นเมื่อจำเลยที่ ๑

              เปดกิจการมาครบ ๑ ป จำเลยที่ ๑ จึงมีการปรับปรุงตารางการเรียนการสอนใหมีประสิทธิภาพ

              การลดเวลาการสอนจาก ๙๐ นาที เหลือ ๖๐ นาที แตยังคงจายคาจางตามอัตราเดิม จำนวนคลาส
              การสอนจำเลยที่ ๑ ก็กำหนดใหตามประสิทธิภาพการสอนและจายเปนเงินคาตอบแทนตาม

              การสอนจริง ทั้งโจทกไดรับคาตอบแทนเปนเงินเดือนแลวจึงไมทำใหโจทกไดรับความเสียหาย เมื่อโจทก

              กระทำผิดสัญญาจางงาน จำเลยที่ ๑ จึงมีสิทธิเรียกคาใชจายในการฝกอบรมจากโจทกนั้น เห็นวา

              เมื่อศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงแลววา โจทกไมไดกระทำผิดตามหนังสือบอกเลิกสัญญาจาง
              จึงมีสิทธิไดรับคาชดเชยและสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา การที่สัญญาจางงานเลิกกอนครบ

              กำหนดเวลาตามสัญญานั้นเกิดจากจำเลยที่ ๑ เปนผูผิดสัญญาเพราะปรับลดคลาสการสอนโดย


                                                     ๑๕๘
   163   164   165   166   167   168   169   170   171   172   173