Page 238 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 238
ทำใหลูกจางรับเหมาคาแรงเสียเปรียบ เปนการไมชอบนั้น เห็นวา แมอุทธรณดังกลาวจะเปนเรื่อง
การตีความบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑/๑ วรรคสอง
ก็ตาม แตการจะวินิจฉัยปญหาดังกลาวไดจะตองพิจารณาขอเท็จจริงจากพยานบุคคลประกอบวา
ลูกจางตามสัญญาจางโดยตรงของจำเลยที่ ๑ ทำงานในลักษณะเดียวกันกับโจทกทั้งสิบเจ็ดหรือไม
อยางไรเสียกอน เทากับเปนการอุทธรณโตแยงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงาน
ภาค ๑ เพื่อนำไปสูการวินิจฉัยขอกฎหมาย อันเปนอุทธรณในขอเท็จจริงที่ศาลแรงงานภาค ๑
ไดวินิจฉัยเปนยุติแลว จึงเปนกรณีที่ตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ
วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับ
วินิจฉัยเชนกัน
ที่โจทกที่ ๑๐ ที่ ๑๑ และที่ ๑๗ อุทธรณวา แมโจทกที่ ๑๐ ที่ ๑๑ และที่ ๑๗ จะไมมีพยาน
ซึ่งเปนลูกจางโดยตรงของจำเลยที่ ๑ มาเบิกความก็ตาม ก็ถือไดวาไดนำสืบถึงลักษณะการทำงาน
ของโจทกที่ ๑๐ ที่ ๑๑ และที่ ๑๗ กับลูกจางโดยตรงของจำเลยที่ ๑ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกันแลว
เพราะพยานโจทกที่ ๑๐ ที่ ๑๑ และที่ ๑๗ ที่นำสืบมาไดรูเห็นและรับรูดวยตัวเองและเปนประจักษ
พยานที่พบเห็นและรับทราบเหตุการณรวมทั้งคาจาง สวัสดิการ และสิทธิประโยชนตาง ๆ ของ
จำเลยที่ ๑ นั้น เห็นวา ศาลแรงงานภาค ๑ ฟงขอเท็จจริงเปนยุติวา ในสวนงานและตำแหนงหนาที่
การงานที่โจทกที่ ๑๐ ที่ ๑๑ และที่ ๑๗ ทำ ไมมีลูกจางตามสัญญาจางโดยตรงของจำเลยที่ ๑
ทำในตำแหนงหนาที่เดียวกันกับโจทกที่ ๑๐ ที่ ๑๑ และที่ ๑๗ ที่โจทกที่ ๑๐ ที่ ๑๑ และที่ ๑๗
อุทธรณวาพยานหลักฐานของโจทกที่ ๑๐ ที่ ๑๑ และที่ ๑๗ ไดสืบถึงลูกจางรับเหมาคาแรงที่ทำงาน
ในลักษณะเดียวกันกับลูกจางตามสัญญาจางโดยตรง จึงเปนการอุทธรณโตแยงดุลพินิจในการ
รับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงานภาค ๑ เพื่อใหศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษฟงขอเท็จจริง
แตกตางจากที่ศาลแรงงานภาค ๑ ฟงไว อันเปนอุทธรณในขอเท็จจริงซึ่งตองหามมิใหอุทธรณ
ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔
วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัยเชนกัน
พิพากษายืน.
(สุจินต เชี่ยวชาญศิลป - วิชชุพล สุขสวัสดิ์ - วรศักดิ์ จันทรคีรี)
กรรณิกา อัศวเมธา - ยอ
สุโรจน จันทรพิทักษ - ตรวจ
๒๒๘

