Page 315 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 315

คำพิพากษาศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษที่ ๒๕๕/๒๕๖๒  สหภาพแรงงาน

                                                                    ธนาคารกรุงเทพ          โจทก

                                                                    นายศักดิ์สิทธิ์  อุดมศิลป
                                                                    กับพวก                จำเลย




              พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๐๓ (๒)



                       โจทกฟองอางวาจำเลยทั้งยี่สิบรวมกันกระทำละเมิดเปนเหตุใหโจทกไดรับความ

              เสียหายกับมีคำขอใหจำเลยทั้งยี่สิบรวมกันหรือแทนกันชดใชคาเสียหายแกโจทก อันมี

              ลักษณะเปนฟองคดีเพื่อปกปองผลประโยชนของโจทกและสมาชิกของโจทก กรณีจึงไมใช

              การดำเนินกิจการอันอาจกระทบกระเทือนถึงสวนไดเสียของสมาชิกเปนสวนรวม โจทก

              ยอมมีอำนาจดำเนินการไดโดยไมตองมีมติของที่ประชุมใหญตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ
              พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๐๓ (๒) อีกทั้งยังไมเปนการขัดตอวัตถุประสงคของโจทกตามขอบังคับ

              ของโจทกแตอยางใด สวนหนังสือมอบอำนาจของโจทกที่มีลายมือชื่อบุคคลซึ่งพนสภาพ

              จากการเปนลูกจางธนาคารแลวนั้น ก็มีผลเพียงทำใหบุคคลดังกลาวไมอยูในฐานะเปน
              กรรมการโจทกในขณะที่มอบอำนาจเทานั้น เมื่อองคประกอบของคณะกรรมการโจทก

              ตามหนังสือมอบอำนาจดังกลาวยังคงมีอยูครบถวนตามขอบังคับของโจทก จึงไมทำให

              หนังสือมอบอำนาจของโจทกดังกลาวบกพรองหรือขัดตอกฎหมาย ประกอบกับหนังสือ

              มอบอำนาจฉบับดังกลาวระบุใหผูรับมอบอำนาจโจทกมีอำนาจแจงความรองทุกขดำเนินคดี

              แกบุคคลผูไดกระทำความเสียหายใหแกโจทกทั้งในคดีแพงและคดีอาญากับใหมีอำนาจ
              มอบอำนาจชวงได ดังนี้ผูรับมอบอำนาจโจทกจึงมีอำนาจฟองบุคคลใดในขอหาใดที่เกี่ยวกับ

              กิจการของโจทกไดโดยไมจำตองระบุชื่อบุคคลและขอหาที่จะฟองในหนังสือมอบอำนาจ

              แตอยางใด โจทกยอมมีอำนาจฟองจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๘ โดยอาศัยหนังสือมอบอำนาจ
              ฉบับดังกลาวได







                       โจทกฟองและแกไขคำฟอง ขอใหบังคับจำเลยทั้งยี่สิบรวมกันหรือแทนกันชดใชเงิน
              ๗๐๓,๗๖๑ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอปของตนเงินจำนวนดังกลาว นับแตวันที่

              ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๙ เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก


                                                     ๓๐๕
   310   311   312   313   314   315   316   317   318   319   320