Page 313 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 313

แรงงาน ไมสามารถทนทำงานอยูตอไปไดเพราะเหตุที่ลูกจาง หรือสหภาพแรงงานไดยื่นขอเรียกรอง

              ตอนายจางดวยขอนี้ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงมาวา หลังจากผูกลาวหาที่ ๑ ถึงที่ ๓ และ

              ลูกจางอื่นของโจทกสาขาวังนอยรวม ๖๕ คน ไดรวมกันลงลายมือชื่อยื่นขอเรียกรองตอโจทกเพื่อ
              ขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจางเมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๘ โจทกไดเรียกลูกจางที่ลงลายมือชื่อ

              สนับสนุนขอเรียกรองไปพบ และใหถอนรายชื่อจากการสนับสนุนขอเรียกรอง หากไมถอนก็จะ

              ไมไดรับคาเบี้ยเลี้ยงและคาน้ำมันเดือนละ ๑๖,๐๐๐ บาท ลูกจางสวนใหญถอนรายชื่อจากการ

              สนับสนุนขอเรียกรอง คงเหลือเฉพาะผูกลาวหาที่ ๑ และที่ ๒ และนายศิริ สวนผูกลาวหาที่ ๓
              ถอนรายชื่อจากการสนับสนุนขอเรียกรองภายหลัง แตมีเงื่อนไขและไมสามารถตกลงกันได ตอมา

              เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ โจทกมีคำสั่งงดจายงานแกผูกลาวหาที่ ๑ ถึงที่ ๓ และนายศิริ

              อางเหตุประพฤติตนไมเหมาะสมกับการเปนพนักงานที่ดี กระทำตนเปนตัวอยางที่ไมดีแกพนักงานอื่น

              และไมปฏิบัติตามคำสั่งหรือระเบียบขอบังคับอันเปนธรรมและชอบดวยกฎหมายโดยที่
              ผูกลาวหาที่ ๑ และที่ ๓ ไมเคยถูกตักเตือนมากอน ผูกลาวหาที่ ๒ เคยถูกตักเตือน ๑ ครั้ง เนื่องจาก

              ขับรถตอเนื่องครบ ๔ ชั่วโมงแลวไมไดหยุดรถพักผอน อันเห็นไดวาผูกลาวหาที่ ๑ และที่ ๓ ไมเคย

              กระทำผิด สวนผูกลาวหาที่ ๒ เคยกระทำผิดเล็กนอยซึ่งไมใชเรื่องรายแรง จึงไมถือวาเปนการ

              ประพฤติตนไมเหมาะสมกับการเปนพนักงานที่ดีหรือกระทำตนเปนตัวอยางที่ไมดีแกพนักงานอื่น
              หรือไมปฏิบัติตามคำสั่งหรือระเบียบขอบังคับตามที่โจทกกลาวอาง พฤติการณของโจทกดังกลาว

              แสดงวาการงดจายงานแกผูกลาวหาที่ ๑ ถึงที่ ๓ และนายศิริ เปนผลมาจากการที่ผูกลาวหาที่ ๑

              ถึงที่ ๓ และนายศิริลงลายมือชื่อยื่นขอเรียกรองตอโจทกเพื่อขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจาง

              แตไมยอมถอนรายชื่อนั่นเอง ทั้งศาลแรงงานกลางยังฟงขอเท็จจริงมาอีกวา การที่โจทกงดจายงาน
              ทำใหผูกลาวหาที่ ๑ ถึงที่ ๓ และนายศิริขาดรายไดเฉลี่ยประมาณเดือนละ ๒๕,๐๐๐ บาท ซึ่งมากกวา

              เงินเดือนที่ผูกลาวหาที่ ๑ ถึงที่ ๓ ไดรับเดือนละ ๑๐,๐๗๕ บาท ๙,๗๗๕ บาท ๑๐,๑๐๐ บาท

              ตามลำดับเมื่อนายศิริเจรจากับโจทกและไดรับมอบหมายงานใหขับรถ นายศิริจึงถอนขอเรียกรอง

              แมการงดจายงานเปนสิทธิโดยชอบดวยกฎหมายของโจทกที่จะมอบหมายใหผูกลาวหาที่ ๑ ถึง
              ที่ ๓ ขับรถขนสงสินคาหรือไม และผูกลาวหาที่ ๑ ถึงที่ ๓ ยังคงไดรับคาจางและสวัสดิการอื่น ๆ

              ตามปกติก็ตาม แตการงดจายงานตองมีเหตุผลอันสมควร เพราะมีผลทำใหผูกลาวหาที่ ๑ ถึง

              ที่ ๓ มีรายไดลดลงกวาครึ่งหนึ่งตอเดือน เห็นไดชัดวารายไดไมพอแกการดำรงชีพอยางแนนอน

              หากไมมีเหตุผลอันสมควรยอมถือวาโจทกมีเจตนากลั่นแกลงผูกลาวหา ๑ ถึงที่ ๓ เพื่อบีบบังคับ
              ไมใหยื่นขอเรียกรองอีก ดังนั้น การงดจายงานแกผูกลาวหา ๑ ถึงที่ ๓ ของโจทกดังกลาว

              จึงเปนการกระทำการใด ๆ อันอาจเปนผลใหลูกจาง ผูแทนลูกจาง กรรมการสหภาพแรงงานหรือ


                                                     ๓๐๓
   308   309   310   311   312   313   314   315   316   317   318