Page 392 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 392

คูความฝายที่ถูกฟองคือจำเลยโตแยงเรื่องเขตอำนาจศาล มิใชใหสิทธิโจทกโตแยงเอง

              ใหยกคำรอง จากนั้นวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ โจทกยื่นคำรองขออนุญาตโอนคดีไป

              ศาลปกครองอีกครั้ง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งวาไมมีเหตุเปลี่ยนแปลง ใหยกคำรอง คำสั่ง

              ของศาลแรงงานกลางทั้ง ๓ ครั้ง เปนคำสั่งกอนที่ศาลแรงงานกลางจะมีคำพิพากษาหรือ
              คำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี ถือเปนคำสั่งระหวางพิจารณา เมื่อไมปรากฏวาโจทกไดโตแยงคำสั่งไว

              โจทกจึงไมมีสิทธิอุทธรณในเรื่องดังกลาวอีก ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๖ (๒) ประกอบ พ.ร.บ.

              จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง
              ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

                       ตามระเบียบสภาการพยาบาลวาดวยเจาหนาที่ของสภาการพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๑

              ขอ ๒๔ ระบุวา เพื่อประโยชนตองานของสภาการพยาบาล เจาหนาที่ที่อายุครบ ๕๕ ป

              บริบูรณอาจไดรับการบรรจุจางใหดำรงตำแหนงตอไปอีกคราวละ ๑ ป จนกวาจะมีอายุ

              ครบ ๖๐ ปบริบูรณก็ได แสดงวาการจะบรรจุจางโจทกตอไปอีกไดหรือไมเปนดุลพินิจของ
              คณะกรรมการจำเลยที่ ๑ ซึ่งจะพิจารณาเปนกรณี ๆ ไป ดังนั้น เมื่อศาลแรงงานกลาง

              ฟงขอเท็จจริงวา จำเลยที่ ๑ พิจารณาแลวเห็นวาการบรรจุจางโจทกตอไปไมเปนประโยชน

              ตองานของจำเลยที่ ๑ อีกทั้งขอเท็จจริงปรากฏวาขณะที่โจทกยังเปนเจาหนาที่ของจำเลยที่ ๑
              โจทกไดกระทำผิดวินัย ปฏิบัติหนาที่บกพรอง และไมสามารถทำงานรวมกับคนอื่นได

              การที่จำเลยที่ ๑ ไมบรรจุแตงตั้งใหโจทกทำงานตอไป จึงไมเปนการเลิกจางโดยไมเปนธรรม

              แสดงวาการที่จำเลยที่ ๒ ไมเสนอเรื่องของโจทกตอคณะกรรมการของจำเลยที่ ๑

              ใหอนุมัติวาจะบรรจุจางโจทกตอไปอีกหรือไมเปนกรณีที่มีเหตุผลอันสมควร มิใชเปนการ

              กลั่นแกลงโจทก ดังนั้น การเลิกจางโจทกไมเปนการเลิกจางโดยไมเปนธรรม






                       โจทกฟอง ขอใหบังคับจำเลยทั้งสองแกไขระเบียบสภาการพยาบาลวาดวยเจาหนาที่ของ
              สภาการพยาบาลใหเปนไปตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ และพระราชบัญญัติ

              วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ พ.ศ. ๒๕๒๘ กับรวมกันจายคาชดเชย ๒๙๓,๑๐๐ บาท

              และคาเสียหาย ๑,๗๕๘,๖๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๑๕ ตอป นับแตวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙

              เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก
                       จำเลยทั้งสองใหการ ขอใหยกฟอง

                       ศาลแรงงานกลาง พิพากษายกฟอง


                                                     ๓๘๒
   387   388   389   390   391   392   393   394   395   396   397