Page 393 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 393

โจทกอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริง

              วา จำเลยที่ ๑ เปนนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ พ.ศ. ๒๕๒๘
              มีจำเลยที่ ๒ เปนเลขาธิการของจำเลยที่ ๑ โจทกทำงานเปนเจาหนาที่ของจำเลยที่ ๑

              มาตั้งแตวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๓๑ จำเลยที่ ๑ ออกระเบียบ

              สภาการพยาบาลวาดวยเจาหนาที่ของสภาการพยาบาล พ.ศ. ๒๕๓๑ ซึ่งในหมวด ๑๐ ขอ ๗๓ (๒)

              กำหนดใหเจาหนาที่ออกจากงานเมื่ออายุครบ ๕๕ ปบริบูรณ ตอมาวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๑
              จำเลยที่ ๑ ออกระเบียบสภาการพยาบาลวาดวยเจาหนาที่ของสภาการพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๑

              ใชบังคับแทนระเบียบสภาการพยาบาลวาดวยเจาหนาที่ของสภาการพยาบาล พ.ศ. ๒๕๓๑

              ซึ่งระเบียบใหมในหมวด ๗ ขอ ๖๘ (๒) กำหนดใหเจาหนาที่ออกจากงานเมื่ออายุครบ ๕๕ ป

              บริบูรณเชนเดิม และในหมวด ๓ ขอ ๒๔ กำหนดไวเชนเดียวกับระเบียบเกาวาเพื่อประโยชนตอ
              งานของสภาการพยาบาล เจาหนาที่ที่อายุครบ ๕๕ ปบริบูรณ อาจไดรับการบรรจุจางใหดำรง

              ตำแหนงตอไปอีกคราวละ ๑ ป จนกวาจะมีอายุครบ ๖๐ ปบริบูรณก็ได โดยเสนอคณะกรรมการ

              ลวงหนาเปนเวลาไมนอยกวา ๖๐ วัน กอนสิ้นปนั้น เมื่อคณะกรรมการอนุมัติแลวใหผูมีอำนาจ

              บรรจุและแตงตั้งตอไป โจทกไดรับเงินเดือนอัตราสุดทาย ๒๙,๓๑๐ บาท เมื่อโจทกจะอายุครบ
              ๕๕ ปบริบูรณ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘ โจทกไดทำบันทึกถึงนายกสภาการพยาบาลผาน

              จำเลยที่ ๒ ขอความอนุเคราะหบรรจุจางเปนเจาหนาที่ของจำเลยที่ ๑ ตอไป โดยเสนอลวงหนา

              เปนเวลาไมนอยกวา ๖๐ วัน แลว แตโจทกไมไดรับอนุญาตใหทำงานตอไป แลววินิจฉัยวา ระเบียบ

              สภาการพยาบาลวาดวยเจาหนาที่ของสภาการพยาบาลที่ออกมาและไดมีการประกาศแกไขนั้น
              ไมปรากฏวามีขอความขัดหรือแยงกับกฎหมายวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภหรือ

              กฎหมายรัฐธรรมนูญอยางไร และไมปรากฏวาออกมาโดยมิชอบอยางไร ทั้งไมปรากฏวาจำเลย

              ที่ ๑ จะตองใชกฎหมายระเบียบขาราชการพลเรือนและกฎหมายบำเหน็จบำนาญขาราชการบังคับ

              กับโจทกอยางไร ดังนั้น ระเบียบสภาการพยาบาลชอบดวยกฎหมาย เมื่อจำเลยที่ ๑ พิจารณาแลว
              เห็นวาการบรรจุจางโจทกตอไปไมเปนประโยชนตองานของจำเลยที่ ๑ อีกทั้งขอเท็จจริงปรากฏ

              วาขณะที่โจทกยังเปนเจาหนาที่ของจำเลยที่ ๑ โจทกไดกระทำผิดวินัย ปฏิบัติหนาที่บกพรอง

              และไมสามารถทำงานรวมกับคนอื่นได การที่จำเลยที่ ๑ ไมบรรจุแตงตั้งใหโจทกทำงานตอไป

              จึงไมเปนการเลิกจางโดยไมเปนธรรม และเมื่อพิจารณาถึงพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาล
              และการผดุงครรภ พ.ศ. ๒๕๒๘ โดยตลอดแลว เห็นไดวาจำเลยที่ ๑ เปนนิติบุคคลซึ่งไมไดแสวงหา

              กำไรทางเศรษฐกิจ ซึ่งไมตองอยูภายใตบังคับของพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑


                                                     ๓๘๓
   388   389   390   391   392   393   394   395   396   397   398