Page 394 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 394
ในเรื่องคาชดเชยตามกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๑) กรณีจึงไมอาจนำพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๑ ในเรื่องคาชดเชยมาใชบังคับกับจำเลยที่ ๑ ได จำเลยที่ ๑ จึงไมจำตองจายคาชดเชย
แกโจทกตามฟอง
คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกประการแรกวา มีเหตุแกไขระเบียบ
สภาการพยาบาลวาดวยเจาหนาที่ของสภาการพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๑ หรือไม โดยโจทกอุทธรณวา
พระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ พ.ศ. ๒๕๒๘ ไมไดบัญญัติใหอำนาจ
คณะกรรมการของจำเลยที่ ๑ ออกระเบียบขอบังคับจำกัดสิทธิในการทำงานของเจาหนาที่วาตองออก
จากงานเมื่ออายุครบ ๕๕ ปบริบูรณ การที่คณะกรรมการของจำเลยที่ ๑ จะออกระเบียบขอบังคับ
ที่เปนการจำกัดสิทธิลูกจางใหแตกตางไปจากระเบียบขอบังคับตามจารีตประเพณีและตามหลัก
กฎหมายทั่วไปวาดวยเจาหนาที่หรือหนวยงาน พนักงานลูกจางอื่น ๆ อันเปนผูใชแรงงานโดย
ทั่วไป ตองมีกฎหมายบัญญัติใหอำนาจไวโดยชัดแจง ดังนั้น การกำหนดใหเจาหนาที่ของจำเลย
ที่ ๑ ออกจากงานเมื่ออายุ ๕๕ ปบริบูรณ จึงขัดหรือแยงตอพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาล
และการผดุงครรภ พ.ศ. ๒๕๒๘ ไมสามารถบังคับไดตามกฎหมาย นั้น เห็นวา จำเลยที่ ๑ เปน
นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงคและอำนาจหนาที่ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาล
และการผดุงครรภ พ.ศ. ๒๕๒๘ อันไมใชสวนราชการจึงไมอยูภายใตบังคับของกฎหมายระเบียบ
ขาราชการพลเรือนและกฎหมายวาดวยบำเหน็จบำนาญขาราชการที่ตองกำหนดใหเจาหนาที่ของ
จำเลยที่ ๑ ออกจากงานเมื่ออายุ ๖๐ ปบริบูรณ แตอยางใด ดังนั้น คณะกรรมการของจำเลยที่ ๑
ซึ่งมีอำนาจหนาที่บริหารกิจการของจำเลยที่ ๑ ใหเปนไปตามวัตถุประสงคของจำเลยที่ ๑ ตาม
พระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๒๒ (๑) จึงมีอำนาจ
ทำสัญญาวาจางลูกจางรวมทั้งออกระเบียบวาดวยการทำงานของลูกจางเพื่อใหการปฏิบัติหนาที่
ของจำเลยที่ ๑ บรรลุวัตถุประสงคได เมื่อพิจารณาวาระเบียบสภาการพยาบาลวาดวยเจาหนาที่
ของสภาการพยาบาล พ.ศ. ๒๕๓๑ และระเบียบสภาการพยาบาลวาดวยเจาหนาที่ของสภาการ
พยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ระบุใหเจาหนาที่ของจำเลยที่ ๑ ออกจากงานเมื่ออายุครบ ๕๕ ปบริบูรณ
เปนขอบังคับเกี่ยวกับการทำงานของลูกจาง ซึ่งโจทกในฐานะลูกจางของจำเลยที่ ๑ ก็ทราบถึง
ระเบียบดังกลาวมาโดยตลอดวาโจทกตองออกจากงานเมื่ออายุครบ ๕๕ ปบริบูรณ แตจะไดรับ
สิทธิประโยชนตอบแทนจากการออกจากงานตามระเบียบของจำเลยที่ ๑ ยอมเห็นไดวาระเบียบ
ดังกลาวไมใชขอตกลงอันมีวัตถุประสงคเปนการตองหามชัดแจงโดยกฎหมาย เปนการพนวิสัย
หรือเปนการขัดตอความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงไมตกเปนโมฆะ เมื่อโจทก
สมัครใจทำงานเปนเจาหนาที่ของจำเลยที่ ๑ โดยยอมรับระเบียบดังกลาว จึงเปนขอสัญญาจาง
๓๘๔

