Page 397 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 397

คำพิพากษาศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษที่ ๒๘๖๒/๒๕๖๒ บริษัทบีแทค อินดัสเตรียล

                                                                    ออโตเมชั่น จำกัด       โจทก

                                                                    นางศิณะตา  รอดคง
                                                                    กับพวก                จำเลย




              ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง

              พ.ร.บ. คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๔/๑
              พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง




                       เมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยวาคําใหการของจําเลยทั้งสี่เพียงแตยกขอเถียงวา

              โจทกไมมีสิทธิเรียกคาเสียหายในชวงเวลาใด โดยมิไดอางเรื่องที่โจทกรูถึงการละเมิดและ
              รูตัวผูพึงจะตองใชคาสินไหมทดแทนเมื่อใด อันจะทําใหฟองโจทกขาดอายุความ คดี

              จึงไมมีประเด็นเรื่องอายุความแลว แมศาลแรงงานกลางจะรับฟงขอเท็จจริงและวินิจฉัยตอไป

              วาโจทกรูถึงการละเมิดในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ หรือหลังจากนั้น โจทกฟองคดีเมื่อวันที่

              ๒๓ เมษายน ๒๕๖๑ ฟองโจทกไมขาดอายุความ ก็เปนการนอกประเด็น ถือวาเปนขอที่
              มิไดยกขึ้นวากันมาแลวโดยชอบในศาลแรงงานกลาง ตองหามอุทธรณตาม ป.วิ.พ.

              มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

              พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง

                       สัญญาจางแรงงานระหวางโจทกกับจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ แมจะทําขึ้นกอนวันที่
              พ.ร.บ. คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๔/๑ มีผลใชบังคับ แตในวันที่โจทกฟองคดี

              พระราชบัญญัติดังกลาวมีผลใชบังคับแลว กรณีจึงตองบังคับตาม พ.ร.บ. คุมครองแรงงาน

              พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๔/๑ อันเปนกฎหมายที่บัญญัติไวโดยเฉพาะ โดยหากสัญญา

              จางแรงงานทําใหโจทกไดเปรียบจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ เกินสมควรแลว ศาลมีอํานาจสั่งใหสัญญานั้น
              มีผลบังคับเพียงเทาที่เปนธรรมและพอสมควรแกกรณี ซึ่งการที่จะถือวาเปนการไดเปรียบ

              จนเกินสมควรแกกรณีดังกลาว ความตองปรากฏวาโจทกมีสภาพเหนือกวาจําเลยที่ ๑

              และที่ ๒ ในลักษณะไมเหมาะสมอยางยิ่ง การที่จําเลยที่ ๑ และที่ ๒ ผานการฝกอบรม

              ยอมทําใหมีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับสินคาของโจทก สวนโจทกก็ไดรับประโยชนทาง
              ธุรกิจจากการประกอบกิจการ ขอตกลงที่กําหนดหามมิใหจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไปรวมงาน

              กับบริษัทที่ทําธุรกิจการคาประเภทเดียวกันหรือคูแขงทางการคาของโจทกภายในระยะ


                                                     ๓๘๗
   392   393   394   395   396   397   398   399   400   401   402