Page 595 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 595

เลิกจางไดเพราะโจทกทำใหจำเลยซึ่งเปนนายจางไดรับความเสียหายอยางรายแรง จำเลยจึง

              ไมตองรับผิดจายคาชดเชยและคาจางสำหรับวันหยุดพักผอนประจำป เห็นวา อุทธรณของจำเลย

              ดังกลาวก็เปนการอุทธรณโตแยงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง อันเปน
              อุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณา

              คดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

                       สำหรับที่โจทกอุทธรณคำสั่งศาลแรงงานกลางที่อนุญาตใหจำเลยขยายระยะเวลา

              ยื่นอุทธรณตามคำรองฉบับลงวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๐ โดยอางวา การยื่นคำรองขอขยายระยะเวลา
              อุทธรณตองปรากฏถึงความจำเปนและเพื่อประโยชนแหงความยุติธรรม จะตองยื่นขอขยาย

              กอนที่ระยะเวลานั้นจะสิ้นสุดลง หากยื่นคำรองเมื่อพนกำหนดกรณีตองมีเหตุสุดวิสัย แตคำสั่ง

              อนุญาตใหขยายระยะเวลาอุทธรณนั้นไมปรากฏถึงความจำเปน ทนายความจำเลยระบุเหตุผล

              ในคำรองเพียงวาสับสนในเรื่องระยะเวลาการยื่นอุทธรณ ซึ่งตามพฤติการณทนายความจำเลย
              สามารถยื่นอุทธรณภายในระยะเวลาอุทธรณได กรณีเชนนี้ถือเปนความบกพรองของทนายความ

              จำเลย ถือไมไดวากรณีมีความจำเปนและเพื่อประโยชนแหงความยุติธรรม อีกทั้งคำสั่ง

              ศาลแรงงานกลางครั้งแรกไมปรากฏคำวา มีความจำเปนนั้น เห็นวา เมื่อวินิจฉัยไปขางตนแลววา

              อุทธรณของจำเลยเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณ และศาลอุทธรณคดีชำนัญ
              พิเศษไมรับวินิจฉัยให ดังนั้น อุทธรณคำสั่งของโจทกขอนี้จึงไมเปนสาระแกคดีอันควรไดรับการ

              วินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบ

              พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง

              ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย
                       อนึ่ง ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาใหจำเลยรับผิดจายคาชดเชยและคาจางสำหรับ

              วันหยุดพักผอนประจำปตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘ มาตรา ๖๗

              ประกอบมาตรา ๓๐ นั้น เห็นวา ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผนดิน พ.ศ. ๒๕๓๔

              มาตรา ๗ ไดจำแนกการจัดระเบียบบริหารราชการสวนกลางออกเปน ๔ สวน คือ สำนักนายกรัฐมนตรี
              กระทรวง ทบวง กรม หรือสวนราชการที่เรียกชื่ออยางอื่นและมีฐานะเปนกรม ซึ่งตาม

              พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๑๐ กำหนด

              ใหสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีฐานะเปนนิติบุคคลและเปนกรมตามกฎหมาย

              วาดวยระเบียบบริหารราชการแผนดิน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงถือเปน
              ราชการสวนกลาง จำเลยเปนสวนราชการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

              ที่จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๓๔ (๒) และมาตรา ๓๕ แหงพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ


                                                     ๕๘๕
   590   591   592   593   594   595   596   597   598   599   600