Page 597 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 597

คำพิพากษาศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษที่ ๗๔๖/๒๕๖๑  นายทรงพล  อาทรธุระสุข  โจทก

                                                                    องคการอุตสาหกรรมปาไม

                                                                    กับพวก                จำเลย



              ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๕ วรรคหนึ่ง

              พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๑๐ ประกอบมาตรา ๘

              พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑
              พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๕๗




                       ในระหวางการพิจารณาของศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษ ศาลฎีกามีคำพิพากษา

              ยืนตามศาลแรงงานกลางใหจำเลยที่ ๑ รับโจทกกลับเขาทำงานตอไปในตำแหนงหนาที่
              การงานไมต่ำกวาเดิมใหไดรับคาจางและสวัสดิการไมต่ำกวาเดิม และใหนับอายุงาน

              ตอเนื่อง โดยวินิจฉัยวาไมปรากฏวาโจทกกระทำไปโดยทุจริตตอหนาที่ และการดำเนินการ

              ของโจทกไมเปนเหตุใหจำเลยที่ ๑ ไดรับความเสียหายอยางรายแรง เมื่อคดีตามคำพิพากษา

              ศาลฎีกาดังกลาวถึงที่สุดแลว ยอมผูกพันจำเลยที่ ๑ ซึ่งเปนคูความตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๕
              วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒

              มาตรา ๓๑ คดีจึงตองรับฟงขอเท็จจริงเปนอยางเดียวกัน เชนนี้ จำเลยที่ ๑ ในฐานะหนวยงาน

              ของรัฐจึงไมมีสิทธิเรียกใหโจทกซึ่งเปนพนักงานชดใชคาสินไหมทดแทนจากการกระทำ

              ในการปฏิบัติหนาที่ดังกลาวได ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
              มาตรา ๑๐ ประกอบมาตรา ๘

                       การที่จำเลยที่ ๑ หักเงินเดือนของโจทกเพื่อชำระหนี้ ถือวาเปนคำสั่งทางปกครอง

              ตามมาตรา ๕๗ แหง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ เมื่อขอเท็จจริง

              ฟงไดวาจำเลยที่ ๑ ไดปฏิบัติตามขั้นตอนในการใชมาตรการบังคับทางปกครองครบถวนแลว
              โดยแจงใหโจทกชำระคาสินไหมทดแทนภายใน ๓๐ วัน นับแตวันที่ไดรับหนังสือแตโจทก

              เพิกเฉย จำเลยที่ ๑ จึงมีหนังสือเตือนใหโจทกชดใชคาสินไหมทดแทนอีกครั้งภายใน ๑๕ วัน

               นับแตวันที่ไดรับหนังสือ โจทกยังคงเพิกเฉย จำเลยที่ ๑ ยอมเขาใจโดยสุจริตวามีสิทธิยึด

              หรืออายัดทรัพยสินของโจทกโดยวิธีหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้คาสินไหมทดแทน
              ตามบทบัญญัติดังกลาวได การกระทำของจำเลยที่ ๑ จึงไมเปนการละเมิดตอโจทก สวนจำเลยที่ ๒

              ถึงที่ ๔ ปฏิบัติหนาที่ตามอำนาจหนาที่ในฐานะผูอำนวยการและพนักงานของจำเลยที่ ๑


                                                     ๕๘๗
   592   593   594   595   596   597   598   599   600   601   602