Page 598 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 598

โดยมิไดมีเจตนากลั่นแกลงโจทกเปนสวนตัว จำเลยทั้งสี่จึงไมตองรับผิดชดใชคาสินไหม

              ทดแทนแกโจทกตามฟอง

                                               ______________________________



                       โจทกฟองขอใหเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ลงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ที่ให

              หักเงินไดทุกประเภทของโจทก คืนเงินที่หักไวทั้งหมดพรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๑๕ ตอป

              นับแตวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙ จนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก ใหจำเลยทั้งสี่ชดใชคาเสียหาย
              ที่ทำละเมิดตอโจทก ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท และเบี้ยปรับเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท จนกวาจำเลยที่ ๑

              จะเพิกถอนคำสั่ง

                       จำเลยทั้งสี่ใหการขอใหยกฟอง

                       ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟอง
                       โจทกอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริง

              วาจำเลยที่ ๑ เปนนิติบุคคลประเภทรัฐวิสาหกิจ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติวาดวยการจัดตั้ง

              องคการของรัฐบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ และพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองคการอุตสาหกรรมปาไม พ.ศ. ๒๔๙๙
              มีจำเลยที่ ๒ เปนผูอำนวยการของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ เปนผูอำนวยการสำนักกฎหมายของ

              จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๔ เปนผูอำนวยการสำนักบัญชีและการเงินของจำเลยที่ ๑ โจทกเปน

              พนักงานของจำเลยที่ ๑ ตำแหนงผูอำนวยการสำนักกิจกรรมสัมพันธ เริ่มเขาทำงานตั้งแตวันที่ ๑

              ธันวาคม ๒๕๒๔ เมื่อป ๒๕๔๖ ขณะโจทกเปนหัวหนาฝายกฎหมายธุรกิจ สำนักกฎหมาย ไดรับ
              แตงตั้งเปนคณะทำงานบริหารการแปลงสินทรัพยเปนทุนของจำเลยที่ ๑ โดยเปนเลขานุการ และ

              เปนประธานคณะทำงานดังกลาวในเวลาตอมา ระหวางดำเนินการมีการนำที่ดิน ของจำเลยที่ ๑

              ไปใหนายนภจรใชประโยชน โดยไมไดทำหลักฐานการเชาเปนหนังสือ เปนเหตุใหจำเลยที่ ๑

              เรียกรองใหนายนภจรรับผิดชำระคาเชาไมได ทำใหจำเลยที่ ๑ ไดรับความเสียหาย จำเลยที่ ๑
              แตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย และคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริงความรับผิด

              ทางแพงในทางวินัยคณะกรรมการสอบสวนมีความเห็นวาโจทกกระทำผิดวินัยอยางรายแรง

              จำเลยที่ ๑ จึงมีคำสั่งเลิกจางโจทกเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ โจทกยื่นฟองจำเลยที่ ๑

              ตอศาลแรงงานกลาง ขอใหเพิกถอนคำสั่งเลิกจาง และใหจายคาจางนับแตวันที่มีคำสั่งเลิกจาง
              พรอมดอกเบี้ยนับแตวันเลิกจาง จนกวาจะรับโจทกกลับเขาทำงาน ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษา

              ใหจำเลยที่ ๑ รับโจทกกลับเขาทำงานในตำแหนงหนาที่การงานไมต่ำกวาเดิม ใหไดรับคาจางและ


                                                     ๕๘๘
   593   594   595   596   597   598   599   600   601   602   603