Page 599 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 599
สวัสดิการไมต่ำกวาเดิม และใหนับอายุงานตอเนื่องจากเดิม ตามคดีหมายเลขแดงที่ ๖๐๙๕/๒๕๕๒
จำเลยที่ ๑ อุทธรณตอศาลฎีกาและยื่นคำรองขอทุเลาการบังคับคดีอยูในระหวางการพิจารณา
ของศาลฎีกา สำหรับคำรองขอทุเลาการบังคับ ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำรอง จำเลยที่ ๑ รับโจทก
กลับเขาทำงานเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๘ ในสวนความรับผิดทางแพง จำเลยที่ ๑ แตงตั้ง
คณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด และมีหนังสือแจงโจทกไปใหการตอ
คณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด โจทกไมไปใหการแตมีหนังสือชี้แจงวา
ไมตองรับผิดเนื่องจากศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาวาจำเลยที่ ๑ ไมไดรับความเสียหาย ตอมา
คณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดมีความเห็นใหโจทกชดใชคาเสียหายรอยละ ๗๐
ของความเสียหายที่จำเลยที่ ๑ ไดรับ คิดเปนเงิน ๒๔๘,๕๐๐ บาท วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙
จำเลยที่ ๑ หักเงินเดือนโจทกประจำเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๙ ไวรอยละ ๓๐ เปนเงิน ๑๐,๘๙๙ บาท
เพื่อชำระหนี้คาเสียหายดังกลาว แลววินิจฉัยวาโจทกจงใจกระทำละเมิดตอจำเลยที่ ๑ จึงตอง
รับผิดชดใชคาสินไหมทดแทนใหแกจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๑๐ ประกอบมาตรา ๘ แหงพระราชบัญญัติ
ความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ คำสั่งของคณะกรรมการบริหารกิจการของ
จำเลยที่ ๑ ที่ใหโจทกรับผิดชดใชคาสินไหมทดแทนกรณีนำที่ดินของจำเลยที่ ๑ ไปใชประโยชน
จึงชอบดวยกฎหมาย และจำเลยที่ ๑ มีสิทธิหักคาจางโจทกเพื่อชำระหนี้คาสินไหมทดแทนได
ไมเปนการละเมิดตอโจทก
คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกขอแรกวา จำเลยที่ ๑ มีสิทธิหักเงินเดือน
ของโจทก เพื่อชำระหนี้หรือไม โดยโจทกอุทธรณวาจำเลยที่ ๑ ไมมีสิทธิหักเงินเดือนของโจทก
เนื่องจากไมไดรับความยินยอมเปนหนังสือจากโจทกและไมมีขอยกเวนตามกฎหมาย เปนการ
ฝาฝนตอประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการ
จางในรัฐวิสาหกิจ ขอ ๓๑ นั้น เห็นวา สาเหตุที่จำเลยที่ ๑ หักเงินเดือนของโจทกสืบเนื่องมาจาก
คณะกรรมการบริหารกิจการของจำเลยที่ ๑ มีคำสั่งที่ ๑/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๕
ใหโจทกรับผิดชดใชคาสินไหมทดแทนทางแพง กรณีที่โจทกซึ่งไดรับแตงตั้งเปนประธานคณะทำงาน
บริหารการแปลงสินทรัพยเปนทุนของจำเลยที่ ๑ นำที่ดินของจำเลยที่ ๑ ไปใหนายนภจรใช
ประโยชน โดยไมไดทำหลักฐานการเชาเปนหนังสือ ทำใหจำเลยที่ ๑ ฟองเรียกคาเชาที่นายนภจร
คางชำระไมได จำเลยที่ ๑ จึงมีคำสั่งทางปกครองใหโจทกชดใชคาเสียหายแกจำเลยที่ ๑ ในอัตรา
รอยละ ๗๐ เปนเงิน ๒๔๘,๕๐๐ บาท เมื่อโจทกไมชำระ จำเลยที่ ๑ จึงใชมาตรการบังคับ
ทางปกครองยึดหรืออายัดทรัพยสินของโจทกโดยวิธีหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้คาสินไหมทดแทน
ดังกลาวตามมาตรา ๕๗ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ แต
๕๘๙

