Page 621 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 621

พ.ศ. ๒๕๒๕ ซึ่งตอมาถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้น พ.ร.บ. สองฉบับ

              มีความแตกตางกัน การนำระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการคุมครองการทำงาน
              ของครูใหญและครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ออกตาม พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน

              พ.ศ. ๒๕๒๕ มาใชบังคับจึงตองใชโดยอนุโลมเทาที่ไมขัดหรือแยงกับ พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน
              พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๑๖๖ โดยที่ตามมาตรา ๒๔ แหง พ.ร.บ. โรงเรียน

              เอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ บัญญัติวา เมื่อไดรับใบอนุญาตใหจัดตั้งโรงเรียนในระบบแลวให
              โรงเรียนในระบบเปนนิติบุคคลนับแตวันที่ไดรับใบอนุญาต และใหผูรับใบอนุญาตเปน

              ผูแทนของนิติบุคคล แต พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ไมไดกำหนดเรื่องความ

              รับผิดของผูรับใบอนุญาตไวเปนการเฉพาะตางหาก ดังนั้นจึงตองบังคับตาม ป.พ.พ.
              มาตรา ๗๐, ๗๗ ประกอบมาตรา ๘๒๐ จำเลยทั้งสองเปนผูทำสัญญาจางโจทก          

                       เมื่อการกระทำของจำเลยที่ ๒ เปนการกระทำแทนจำเลยที่ ๑ ในขอบอำนาจ
              จำเลยที่ ๑ ซึ่งเปนคูสัญญาโดยตรงกับโจทกจึงตองเปนผูรับผิดจายคาชดเชยใหแกโจทก

              ตามสัญญาจาง โดยจำเลยที่ ๒ ไมตองรวมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ตาม พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน
              พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๘๖ และมาตรา ๑๖๖ ประกอบระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวย

              การคุมครองการทำงานของครูใหญและครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ขอ ๓๒ แตอยางใด
                       การกระทำของโจทกยังไมถึงขนาดเปนการกระทำผิดจรรยาบรรณในวิชาชีพและ

              สวนบุคคลของโรงเรียนจำเลยที่ ๑ และไมถือวาโจทกกระทำผิดระเบียบและสัญญาจาง
              ดังที่จำเลยทั้งสองกลาวอางในอุทธรณแตอยางใด จึงไมเขาขอยกเวนตาม ป.พ.พ. มาตรา ๕๘๓

              และถือวาการเลิกจางโจทกเปนการเลิกจางที่ไมมีเหตุอันสมควรและเพียงพอเปนการ

              เลิกจางไมเปนธรรม จำเลยทั้งสองจึงตองจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาและ
              คาเสียหายจากการเลิกจางไมเปนธรรมใหแกโจทก โดยจำเลยที่ ๒ ไมตองรับผิดเปนการ

              สวนตัว
                                               ______________________________



                       โจทกฟอง ขอใหบังคับจำเลยทั้งสองรวมกันจายคาชดเชย ๗๕๐,๐๐๐ บาท พรอม

              ดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๑๕ ตอป และเงินเพิ่มอัตรารอยละ ๑๕ ตอปทุกระยะ ๗ วัน ของตนเงิน

              ดังกลาว นับแตวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาเทากับเงินเดือน
              ๖ เดือน ตามสัญญาเปนเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๑๕ ตอป และเงินเพิ่ม
              อัตรารอยละ ๑๕ ตอป ทุกระยะ ๗ วัน ของตนเงินดังกลาว นับแตวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

              และคาเสียหายจากการเลิกจางไมเปนธรรม ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕

              ตอป ของตนเงินดังกลาว นับถัดจากวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก


                                                     ๖๑๑
   616   617   618   619   620   621   622   623   624   625   626