Page 623 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 623

เอกชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ขอ ๓๒ (๒) เปนเงิน ๖๔๕,๐๐๐ บาท แมจำเลยที่ ๑ จะเปนเจาของกิจการ

              โรงเรียนเอกชนก็ตาม แตเมื่อระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการคุมครองการทำงานของ

              ครูใหญและครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ขอ ๓๒ กำหนดใหผูรับใบอนุญาตเปนผูจายคาชดเชย
              แกครู จำเลยที่ ๒ ซึ่งเปนผูรับใบอนุญาตจึงตองรับผิดจายคาชดเชยแกโจทก โดยจำเลยที่ ๑

              ไมตองรวมรับผิดจายคาชดเชยแกโจทกดวย ซึ่งเมื่อขอ ๑๓ กำหนดใหในกรณีที่ผูรับใบอนุญาต

              ไมจายคาชดเชยผูรับใบอนุญาตตองเสียดอกเบี้ยใหแกครูในระหวางผิดนัดรอยละ ๑๕ ตอป และ

              ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการคุมครองการทำงานของครูใหญและครูโรงเรียนเอกชน
              พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดกำหนดนิยามคำวา คาชดเชย หมายถึง เงินที่ผูรับใบอนุญาตจายใหแกครูเมื่อ

              เลิกสัญญาการเปนครู นอกเหนือจากเงินประเภทอื่นซึ่งผูรับใบอนุญาตตกลงจายใหแกครู ดังนั้น

              เมื่อนายจางเลิกจางลูกจางจึงมีหนาที่ตองจายคาชดเชยใหแกลูกจางทันที เมื่อไมยอมจายให

              ตองถือวาผิดนัดนับแตวันที่เลิกจางโดยมิพักตองเรียกรองหรือทวงถาม โจทกจึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ย
              ในคาชดเชยดังกลาวอัตรารอยละ ๑๕ ตอป นับแตวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ซึ่งเปนวันเลิกจาง

              สวนที่โจทกขอใหคิดเงินเพิ่มในคาชดเชยดังกลาวนั้นเมื่อคาชดเชยที่จำเลยทั้งสองไมไดจายให

              แกโจทกยังมีขอโตแยงระหวางโจทกกับจำเลยทั้งสองวา โจทกกระทำผิดจรรยาบรรณในวิชาชีพ

              และสวนบุคคลของโรงเรียนจำเลยที่ ๑ หรือไม และจำเลยทั้งสองตองจายคาชดเชยใหแกโจทก
              หรือไม กรณีจึงยังถือไมไดวาจำเลยทั้งสองซึ่งเปนนายจางจงใจไมจายเงินดังกลาวแกโจทกโดย

              ปราศจากเหตุผลอันควรตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการคุมครองการทำงานของ

              ครูใหญและครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ขอ ๑๓ วรรคทาย จำเลยทั้งสองจึงไมตองเสียเงินเพิ่ม

              ใหแกโจทกแตอยางใด  เมื่อขอเท็จจริงรับฟงไดวาจำเลยทั้งสองบอกเลิกจางโจทกในวันที่ ๖
              พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ใหมีผลทันที โดยโจทกไมไดกระทำผิดดังที่วินิจฉัยมาแลวขางตน อีกทั้งยัง

              ฟงไมไดวาโจทกจงใจขัดคำสั่งของนายจางอันชอบดวยกฎหมาย ละเลยไมนำพาตอคำสั่งเชนวานั้น

              เปนอาจิณ ละทิ้งการงานไปกระทำความผิดอยางรายแรง หรือทำประการอื่นอันไมสมแกการ

              ปฏิบัติหนาที่ของตนใหลุลวงไปโดยถูกตองและสุจริต ประกอบกับตามสัญญาจางชาวตางชาติ
              เปนครู ขอ ๑๑.๑ ระบุวาคูสัญญาฝายใดฝายหนึ่งอาจบอกเลิกสัญญาฉบับนี้ในเวลาใดก็ตามโดย

              แจงใหอีกฝายทราบเปนลายลักษณอักษรไมนอยกวา ๖ เดือน โดยมีเงื่อนไขวาฝายใดฝายหนึ่ง

              อาจบอกเลิกสัญญาฉบับนี้ โดยจายเงินใหอีกฝายหนึ่งแทนการแจงบอกเลิกสัญญาดังกลาวขางตน

              ดังนี้ (๑) จำนวนเงินเทากับเงินเดือนของครูเปนเวลา ๖ เดือน โดยคิดตามเงินเดือนที่ออกใหครั้ง
              ลาสุดบวกกับเบี้ยเลี้ยงที่จายใหลาสุดแทนการแจง ดังนั้นการที่จำเลยทั้งสองบอกเลิกจางโจทก

              โดยใหมีผลทันที จำเลยทั้งสองจึงตองจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาแกโจทกเปนเวลา


                                                     ๖๑๓
   618   619   620   621   622   623   624   625   626   627   628