Page 622 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 622

จำเลยทั้งสองใหการ ขอใหยกฟอง

                       ศาลแรงงานภาค ๘ พิพากษาใหจำเลยทั้งสองจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา

              ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับแตวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๐
              และคาเสียหายจากการเลิกจางไมเปนธรรม ๒๑๕,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป

              นับแตวันฟอง (วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๑) โดยจำเลยที่ ๒ ไมตองรับผิดเปนการสวนตัว และให

              จำเลยที่ ๒ จายคาชดเชย ๖๔๕,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๑๕ ตอป นับแตวันที่ ๖

              พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก คำขออื่นนอกจากนี้ใหยก
                       จำเลยทั้งสองอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานภาค ๘ ฟงขอเท็จจริง

              และวินิจฉัยวา เมื่อจำเลยทั้งสองจายเบี้ยเลี้ยงคาบานพักอาศัยโดยมีวัตถุประสงคเพื่อชวยเหลือ

              และจัดอยูในหัวขอสิทธิประโยชนตามสัญญาจางชาวตางประเทศเปนครู ขอ ๗ เรื่องสิทธิประโยชน
              ดังนั้นจำเลยที่ ๑ จึงมีวัตถุประสงคในการจายเบี้ยเลี้ยงคาบานพักอาศัยเพียงเพื่อเปนสวัสดิการ

              แกโจทกเทานั้น เบี้ยเลี้ยงคาบานพักอาศัยจึงไมใชคาจาง โจทกจึงมีคาจางอัตราสุดทายเดือนละ

              ๒๑๕,๐๐๐ บาท การที่โจทกเปนครูผูจัดทำโครงการวิปสสนาปดวาจารวมกับนักเรียนซึ่งเปนโครงการ

              ตอเนื่อง และเมื่อโจทกรูวาจะไมไดรับการตอสัญญากับโรงเรียนจำเลยที่ ๑ แลว จึงแจงเรื่อง
              ดังกลาวใหนักเรียนในโครงการทราบ อันสืบเนื่องมาจากมีการพูดคุยกันในกลุมเกี่ยวกับโครงการ

              วิปสสนาปดวาจาแลวจึงพูดคุยไปถึงเรื่องการไมไดรับพิจารณาตอสัญญา เพื่อใหเด็กนักเรียนใน

              โครงการซึ่งเปนผูมีสวนเกี่ยวของทราบในเบื้องตนเพื่อเตรียมตัวเกี่ยวกับโครงการภายหลังจาก

              โจทกไมไดเปนครูที่โรงเรียนตอไป และแมจำเลยทั้งสองจะยังไมไดประกาศเรื่องดังกลาวอยาง
              เปนทางการก็ไมถือเปนขอมูลสวนตัวซึ่งเปนความลับถึงขนาดที่ไมสามารถบอกใหนักเรียนในโรงเรียน

              ทราบได การที่โจทกบอกเรื่องที่ตนไมไดรับการตอสัญญาใหนักเรียนบางกลุมทราบ จึงยังไม

              เพียงพอใหรับฟงไดวาเปนการปฏิบัติผิดจรรยาบรรณในวิชาชีพและสวนบุคคลของโรงเรียนจำเลยที่ ๑

              เมื่อฟงไดวาโจทกบอกเลาเรื่องการไมไดรับการตอสัญญาใหกลุมนักเรียนที่รวมทำโครงการวิปสสนา
              ปดวาจากับตนฟงเพื่อเตรียมตัวทำโครงการตอเมื่อโจทกไมไดเปนครูที่โรงเรียนจำเลยที่ ๑ ตอไป

              เทานั้น กรณีจึงไมตองดวยขอยกเวนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการคุมครองการ

              ทำงานของครูใหญและครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ขอ ๓๔ เมื่อโจทกทำงานติดตอกันครบ ๑ ป

              แตไมครบ ๓ ป โจทกจึงมีสิทธิไดรับคาชดเชยไมนอยกวา ๓ เดือน ของเงินเดือนเดือนสุดทาย
              ทั้งนี้ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการคุมครองการทำงานของครูใหญและครูโรงเรียน





                                                     ๖๑๒
   617   618   619   620   621   622   623   624   625   626   627