Page 646 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 646

ผลการสอบขอเท็จจริงสรุปวา การวิเคราะหสินเชื่อมีการวิเคราะหที่บกพรองและหละหลวม

              โดยเฉพาะอยางยิ่งเจาหนาที่ที่เกี่ยวของกับการวิเคราะหสินเชื่อทุกระดับมิไดปฏิบัติตามคูมือ

              ปฏิบัติงานสินเชื่อรายยอยดานการตลาด ตอมาคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงรายงานผลการสอบ
              ขอเท็จจริงไปยังประธานกรรมการโจทก จำเลยที่ ๗ ขอลาออกแตโจทก ไมอนุมัติใหจำเลยที่ ๗

              ลาออก จำเลยที่ ๗ ละทิ้งหนาที่โดยขาดงานไมกลับมาทำงานกับโจทกอีก โจทกไดแตงตั้ง

              คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ และที่ ๑๐ และตอมามีการแตงตั้ง

              คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยเพิ่มเติมกับจำเลยที่ ๙ ผลการสอบสวนทางวินัยสรุปวา จำเลยที่ ๑
              ถึงที่ ๗ ปฏิบัติหนาที่ดวยความประมาทเลินเลอเปนเหตุใหเสียหายแกทรัพยสินหรือชื่อเสียง

              ของโจทกอยางรายแรง เปนการกระทำผิดวินัยอยางรายแรงตามขอบังคับโจทก ฉบับที่ ๑ วาดวย

              การพนักงาน พ.ศ. ๒๕๔๘ แกไขครั้งที่ ๑ ขอ ๒๗ (๕) โดยจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ เปนผูไมมี

              ประสบการณในงานดานสินเชื่อมากอน จึงเห็นสมควรไดรับโทษใหออกโดยจายคาชดเชย จำเลย
              ที่ ๔ ถึงที่ ๗ ไมปรากฏขอเท็จจริงวาการกระทำสอไปในทางทุจริต จึงเห็นสมควรไดรับโทษใหออก

              โดยไมจายคาชดเชย สวนจำเลยที่ ๘ ถึงที่ ๑๐ ปฏิบัติหนาที่ดวยความจงใจหรือประมาทเลินเลอ

              เปนเหตุใหเสียหายแกทรัพยสินหรือชื่อเสียงของโจทกอยางรายแรงและสอไปในทางทุจริต

              ตามขอบังคับโจทกดังกลาว ขอ ๒๗ (๓) (๕) จึงเห็นสมควรไดรับโทษไลออก คณะกรรมการ
              สอบสวนทางวินัยไดรายงานผลการสอบสวนทางวินัยไปยังประธานกรรมการโจทก และโจทก

              มีคำสั่งลงโทษทางวินัยแกจำเลยทั้งสิบ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ และจำเลยที่ ๗ ถึงที่ ๑๐ ไดยื่นอุทธรณ

              คำสั่งลงโทษทางวินัย สวนจำเลยที่ ๖ ไมยื่นอุทธรณคำสั่งลงโทษดังกลาว ผลการพิจารณา

              ของคณะกรรมการอุทธรณสรุปวา จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ ปฏิบัติหนาที่ดวยความประมาทเลินเลอ
              เปนเหตุใหเสียหายแกทรัพยสินหรือชื่อเสียงของโจทก แตไมเปนการประมาทเลินเลออยางรายแรง

              จำเลยที่ ๗ และที่ ๙ ปฏิบัติหนาที่ดวยความประมาทเลินเลอเปนเหตุใหเสียหายแกทรัพยสิน

              หรือชื่อเสียงของโจทกอยางรายแรง ไมมีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งลงโทษ จำเลยที่ ๘ และที่ ๑๐

              ปฏิบัติหนาที่ดวยความประมาทเลินเลอเปนเหตุใหเสียหายแกทรัพยสินหรือชื่อเสียงของโจทก
              อยางรายแรงและสอไปในทางทุจริต ไมมีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งลงโทษ ตอมาโจทกมีคำสั่ง

              แตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

              ใหดำเนินการสอบสวนพนักงานที่กระทำผิดในโครงการสินเชื่อที่อยูอาศัยอัตราดอกเบี้ยคงที่ ๓๐ ป

              คณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นวาโจทกมีสภาพเปนหนวยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติ
              ความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ คณะกรรมการสอบสวนความรับผิดทางละเมิด

              พิจารณาแลว เห็นวา โจทกไดรับความเสียหายจากกระบวนการรับซื้อสินเชื่อที่ไมมีคุณภาพ


                                                     ๖๓๖
   641   642   643   644   645   646   647   648   649   650   651