Page 666 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 666
ศาลแรงงานกลาง พิพากษาใหจำเลยคืนคาบริการและคาใชจายแกโจทกที่ ๑ เปนเงิน
๑๐,๓๓๙.๗๔ บาท และโจทกที่ ๒ เปนเงิน ๑๑,๘๖๐.๒๙ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป
ของตนเงินแตละจำนวนดังกลาวนับแตวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทกทั้งสอง
คำขออื่นนอกจากนี้ใหยก
โจทกที่ ๑ และจำเลยอุทธรณ
ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริง
และวินิจฉัยวา จำเลยจัดหางานใหโจทกทั้งสองไปทำงานในสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับ
ลิเบีย โดยเรียกเก็บคาดำเนินการ ซึ่งหมายถึงคาบริการและคาใชจายจากโจทกทั้งสองคนละ
๓๗,๐๐๐ บาท จำเลยและโจทกทั้งสองมีสัญญาจัดหางานเพื่อใหคนหางานไปทำงานในตางประเทศ
สำหรับโจทกที่ ๑ ทำเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๓ โจทกที่ ๒ ทำเมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓
และมีสัญญาจางระหวางโจทกทั้งสองกับบริษัทนายจาง โดยสัญญาดังกลาวตางกำหนดระยะ
เวลาการจางไว ๑ ป เดือนมีนาคม ๒๕๕๔ เกิดภัยสงครามในสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชน
อาหรับลิเบีย บริษัทนายจางเลิกจางลูกจาง โจทกทั้งสองถูกสงตัวกลับและเดินทางกลับถึงประเทศไทย
เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๔ ซึ่งยังไมครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาจัดหางาน โจทกทั้งสอง
ยังไมไดรับเงินชวยเหลือคนละ ๒๗,๐๐๐ บาท จากจำเลย จำเลยเปนฝายผิดสัญญาจึงตองคืน
คาบริการและคาใชจายที่เรียกเก็บจากโจทกทั้งสองไปแลวเปนอัตราสวนกับระยะเวลาที่โจทก
ทั้งสองไดทำงานเปนเงิน ๑๐,๓๓๙.๗๔ บาท และ ๑๑,๘๖๐.๒๙ บาท ตามลำดับ สิทธิเรียกรอง
ใหคืนคาบริการและคาใชจายดังกลาวกฎหมายมิไดกำหนดอายุความไวจึงมีกำหนด ๑๐ ป
ฟองโจทกทั้งสองไมขาดอายุความ สวนคาจางคางจายและคาเสียหาย จำเลยมิใชนายจางโจทกทั้งสอง
จึงไมตองรับผิดในสวนนี้
ที่จำเลยอุทธรณวา โจทกทั้งสองไดรับเงินชวยเหลือจากจำเลยคนละ ๒๗,๐๐๐ บาท
และลงลายมือชื่อสละสิทธิเรียกรองแลว สิทธิในการนำคดีมาฟองของโจทกที่ ๑ ยอมหมดไป
คำเบิกความของผูรับมอบอำนาจโจทกทั้งสองที่เบิกความวาโจทกทั้งสองยังไมไดรับเงินชวยเหลือ
จากจำเลยไมมีน้ำหนัก ไมนาเชื่อถือ พยานจำเลยมีน้ำหนักนาเชื่อถือมากกวาพยานโจทกนั้น
เห็นวา อุทธรณของจำเลยเปนการโตแยงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง
ซึ่งฟงขอเท็จจริงวา โจทกทั้งสองยังไมไดรับเงินชวยเหลือ ๒๗,๐๐๐ บาท จากจำเลย อันเปน
อุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ
วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับ
วินิจฉัย
๖๕๖

