Page 668 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 668

ทั้งสองไดทำงานตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุมครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๔๖

              วรรคสอง ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณ

              ของจำเลยขอนี้ฟงไมขึ้น
                       ที่จำเลยอุทธรณวา โจทกทั้งสองนำคดีมาฟองนับแตวันเกิดเหตุเกินกวา ๘ ป สิทธิเรียกรอง

              ใหคืนคาบริการและคาใชจายจึงขาดอายุความแลวนั้น เห็นวา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง

              มาตรา ๑๗๗ วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

              พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ กำหนดใหจำเลยแสดงโดยแจงชัดในคำใหการวา จำเลยยอมรับหรือ
              ปฏิเสธขออางของโจทกทั้งสิ้นหรือบางสวน รวมทั้งเหตุแหงการปฏิเสธนั้นดวย กลาวคือตอง

              บรรยายวาคดีโจทกทั้งสองขาดอายุความเมื่อใด โจทกทั้งสองมีสิทธิเรียกรองตั้งแตเมื่อใด นับแต

              วันใดถึงวันฟองคดีขาดอายุความไปแลว จำเลยใหการเพียงวา เหตุตามฟองเกิดตั้งแตป ๒๕๕๔

              นับถึงวันนี้เปนระยะเวลากวา ๘ ปแลว ขอเรียกรองของโจทกมีอายุความ ๒ ป จึงขาดอายุความ
              คำใหการดังกลาวไมไดแสดงเหตุแหงการขาดอายุความใหปรากฏโดยชัดแจง จึงไมชอบดวย

              บทบัญญัติแหงกฎหมายดังกลาว จึงไมมีประเด็นเรื่องอายุความ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัย

              ประเด็นนี้ใหเปนการวินิจฉัยนอกประเด็นจึงไมชอบ ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

              ประเด็นนี้ให
                       คดีมีปญหาวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกที่ ๑ วา จำเลยตองคืนคานายหนาในการจัด

              หางานแกโจทกที่ ๑ หรือไม เพียงใด เห็นวา โจทกที่ ๑ ฟองวากอนออกเดินทางไปทำงานใน

              สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย จำเลยโดยตัวแทนจำเลยไดเรียกเก็บคานายหนา

              ในการจัดหางาน คาบริการและคาใชจายจากโจทกที่ ๑ ซึ่งโจทกที่ ๑ จายคานายหนาในการจัด
              หางาน คาบริการและคาใชจายดังกลาวแกจำเลยไปแลว และมีคำขอบังคับใหจำเลยคืนคานายหนา

              ในการจัดหางานแกโจทกที่ ๑ ดวย จำเลยใหการตอสูวาไมเคยเรียกรองประโยชนใด ๆ จากโจทกที่ ๑

              เกินกวาที่กฎหมายกำหนด และไมตองคืนคานายหนาในการจัดหางาน คาบริการและคาใชจาย

              ตามคำฟองของโจทกที่ ๑ ดังนี้ เรื่องคานายหนาในการจัดหางานจึงเปนประเด็นขอพิพาทโดยตรง
              ดังที่ศาลแรงงานกลางจดไวในชั้นกำหนดประเด็นขอพิพาท แตเมื่อโจทกที่ ๑ และจำเลยแถลง

              รับขอเท็จจริงรวมกันตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ วา

              “กอนออกเดินทางไปทำงานที่สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย จำเลยโดยตัวแทนจำเลย

              ไดเรียกเก็บคานายหนาในการจัดหางานจากโจทกที่ ๑ ซึ่งโจทกที่ ๑ ไดจายเงินจำนวนดังกลาว
              แกจำเลยไปแลว” อันเปนการที่โจทกที่ ๑ และจำเลยยอมรับขอเท็จจริงกันแลววา จำเลยเรียกเก็บ

              คานายหนาในการจัดหางาน ซึ่งโจทกที่ ๑ ไดจายเงินคานายหนาในการจัดหางานเปนจำนวนเงิน


                                                     ๖๕๘
   663   664   665   666   667   668   669   670   671   672   673