Page 69 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 69

โดยอาศัยเหตุดังกลาวถือวามีเหตุอันสมควรเพียงพอ มิใชเปนการเลิกจางไมเปนธรรม

              จำเลยจึงไมตองจายคาเสียหายจากการเลิกจางไมเปนธรรมแกโจทก






                       โจทกฟองและแกไขคำฟอง ขอใหบังคับจำเลยจายคาจางเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ เปนเงิน

              ๒๑๘,๐๖๖ บาท คาชดเชย ๑,๓๕๒,๐๐๘.๘ บาท สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา ๒๑๘,๐๖๖ บาท

              และคาเสียหายจากการเลิกจางไมเปนธรรม ๑,๓๐๘,๓๙๖ บาท
                       จำเลยใหการ ขอใหยกฟอง

                       ศาลแรงงานกลาง พิพากษายกฟอง

                       โจทกอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวา
              โจทกเปนลูกจางจำเลย ตำแหนงสุดทายเปนผูจัดการทั่วไป ไดรับคาจางอัตราสุดทายเดือนละ

              ๒๑๘,๐๖๖ บาท เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๓ โจทกมีหนังสือถึงจำเลยขอทำงานที่บาน

              เนื่องจากสถานการณแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ แตวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๓

              จำเลยมีหนังสือแจงไมอนุมัติและเตือนวาโจทกหยุดงานโดยไมไดรับอนุญาตตั้งแตวันที่ ๒๗
              มีนาคม ๒๕๖๓ หากยังไมมาทำงานถือวาขัดตอระเบียบขอบังคับของจำเลยและละเลยตอหนาที่

              ในวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๓ โจทกสงจดหมายอิเล็กทรอนิกสถึงกรรมการจำเลยเพื่อขอใหจำเลย

              ใหความรวมมือกับรัฐบาลโดยใหโจทกทำงานที่บาน ตอมาวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๓ จำเลยแจง

              ไมอนุมัติตามความเห็นเดิม และวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๓ จำเลยมีหนังสือเลิกจางโจทก อางเหตุ
              โจทกไมปฏิบัติตามกฎระเบียบของบริษัทจำเลยและหยุดงานเกินกวาที่กฎหมายกำหนดและ

              ไมแจงตอผูบังคับบัญชาโดยตรง รัฐบาลมิไดมีคำสั่งกำหนดใหประชาชนอยูแตในบาน บริษัทจำเลย

              ไมอยูในพื้นที่การแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ แลววินิจฉัยวา การที่จำเลยซึ่ง

              เปนนายจางเห็นวาไมมีเหตุอันสมควรใหโจทกทำงานที่บาน เปนดุลพินิจของจำเลยโดยชอบที่จะ
              บริหารจัดการในชวงเวลาดังกลาวตามที่เห็นวาเหมาะสม เมื่อจำเลยไมอนุญาตตามคำขอของ

              โจทกถึงสองครั้ง ยอมชัดเจนแลววาจำเลยจะไมเปลี่ยนแปลงคำสั่งแนนอน ดังนั้นพฤติกรรมที่

              โจทกฝาฝนไมมาทำงานตั้งแตวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๓ จนถึงวันที่จำเลยเลิกจางโจทก จึงเปน

              ทั้งการขัดคำสั่งนายจางและละทิ้งหนาที่เปนเวลาสามวันทำงานติดตอกันโดยไมมีเหตุอันสมควร
              ตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘ (๕) (ที่ถูกคือ มาตรา ๑๑๙ (๕))

              นับเปนเหตุอันสมควรและเพียงพอที่จำเลยจะเลิกจางโจทก มิใชการเลิกจางไมเปนธรรมและไม


                                                      ๕๙
   64   65   66   67   68   69   70   71   72   73   74