Page 65 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 65

ศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา

              ความแพงหรือไม เห็นวา พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒

              มาตรา ๔๕ วรรคสอง บัญญัติวา ในการสืบพยานไมวาจะเปนพยานที่คูความฝายใดอางหรือที่
              ศาลแรงงานเรียกมาเองใหศาลแรงงานเปนผูซักถามพยาน ตัวความหรือทนายความจะซักถาม

              พยานไดตอเมื่อไดรับอนุญาตจากศาลแรงงาน ตามบทบัญญัติดังกลาวกำหนดใหศาลแรงงาน

              เทานั้นเปนผูซักถามพยานของฝายโจทกหรือของฝายจำเลย หรือที่ศาลแรงงานเรียกมาเอง ฝาย

              โจทกหรือจำเลยไมมีสิทธิซักถาม เวนแตศาลแรงงานจะอนุญาตเทานั้น หากศาลแรงงานไมอนุญาต
              แลวฝายโจทกหรือจำเลยจะซักถามพยานที่ตนอางมาหรือพยานที่อีกฝายหนึ่งอางมาไมได ประกอบ

              กับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๑๐๔ บัญญัติใหศาลมีอำนาจในอันที่จะวินิจฉัย

              วาพยานหลักฐานที่คูความนำมาสืบนั้นจะเกี่ยวกับประเด็นและเปนอันเพียงพอใหเชื่อฟงเปนยุติ

              ไดหรือไม แลวพิพากษาไปตามนั้น ซึ่งนำมาอนุโลมใชกับคดีแรงงานดวยตามพระราชบัญญัติ
              จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ เมื่อศาลแรงงานภาค ๑

              พิจารณาแลวไมอนุญาตใหจำเลยซักถามพยานเพิ่มเติม ถือไดวาศาลแรงงานภาค ๑ ใชดุลพินิจ

              พิเคราะหพยานหลักฐานในการรับฟงขอเท็จจริงที่ชอบดวยกฎหมายแลว คำสั่งของศาลแรงงาน

              ภาค ๑ ดังกลาวจึงไมขัดตอพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน
              พ.ศ. ๒๕๒๒ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงแตอยางใด อุทธรณของจำเลยขอนี้ฟงไมขึ้น

                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยประการตอไปวา การที่จำเลยเลิกจาง

              โจทกเปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรมหรือไม เห็นวา การที่นายจางเลิกจางลูกจางจะเปนการเลิกจาง

              ที่ไมเปนธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒
              มาตรา ๔๙ หรือไมนั้น ตองพิจารณาถึงสาเหตุของการเลิกจางเปนสำคัญ กลาวคือนายจางมีเหตุ

              จำเปนหรือเหตุอันสมควรถึงกับตองเลิกจางลูกจางหรือไม ซึ่งเหตุดังกลาวอาจเปนเหตุตามที่ระบุ

              ไวในหนังสือเลิกจางหรือเหตุอื่นที่จำเลยยกขึ้นอางในภายหลังเพื่อเปนขอตอสูในเรื่องการเลิกจาง

              ที่ไมเปนธรรมได คดีนี้ศาลแรงงานภาค ๑ รับฟงขอเท็จจริงถึงเหตุเลิกจางตามหนังสือเลิกจาง
              โจทกวา นอกจากโจทกใชสิทธิลาปวยเต็มตามสิทธิแลวโจทกละทิ้งหนาที่ในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ

              ๒๕๖๒ และในการปฏิบัติหนาที่เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ โจทกละเลยที่จะเก็บคาน้ำหนัก

              เกินกระเปาสัมภาระของผูโดยสารซึ่งโจทกไมมีอำนาจและสิทธิที่จะทำเชนนั้นได สวนการเช็คอิน

              ผูโดยสารผิดเที่ยวบินเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ไมใชความผิดของโจทกฝายเดียวที่ทำงาน
              บกพรองไมใชความระมัดระวังหากพบขอมูลตั๋วโดยสารไมตรงกัน สวนสาเหตุอื่นที่จำเลยยกขึ้น

              อางเปนเหตุเลิกจางและนำสืบตอสูคือ โจทกทำงานไมมีประสิทธิภาพทำเกินอำนาจหนาที่ที่เช็คอิน


                                                      ๕๕
   60   61   62   63   64   65   66   67   68   69   70