Page 48 - ห่วงโซ่คุณค่าข้าวหอมมะลิอินทรีย์
P. 48
36
และจากนั้นจึงเก็บพันธุ์ไว้เป็นเมล็ดพันธุ์ของตนเอง รูปแบบที่ 2 เมล็ดพันธุ์ซื้อมาจากแหล่งจำหน่าย โดยจะเลือก
ซื้อจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ และมั่นใจได้ว่าเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ แหล่งที่เกษตรกรซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าว
่
อินทรีย์ ได้แกศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว เครือข่ายผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ และโรงสีข้าวอินทรีย์ ค่าใช้จ่ายเมล็ด
พันธุ์ข้าวเฉลี่ย กิโลกรัมละ 23 บาท ส่วนใหญ่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์จะเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวเอง
เนื่องจากเพื่อความมั่นใจในเมล็ดพันธุ์ ยังช่วยลดต้นทุนในการจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ด้วย มีเกษตรกรเพียงบางส่วนที่
ซื้อเมล็ดพันธุ์มาจากแหล่งจำหน่าย หรือซื้อกรณีที่เมล็ดพันธุ์ที่เก็บไว้ไม่เพียงพอ การขนส่งเมล็ดพันธุ์
ที่ซื้อมาจากแหล่งจำหน่ายเกษตรกรจะรับภาระการขนส่งเอง โดยใช้รถกระบะ 4 ล้อ ซึ่งเป็นยานพาหนะส่วนตัว
มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งเป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 178.57 บาทต่อเที่ยว เกษตรกรส่วนใหญ่จะมีโรงเรือน
สำหรับจัดเก็บเมล็ดพันธุ์ของตนเอง และเกษตรกรบางส่วนจะฝากเก็บไว้ที่โรงสีชุมชนของกลุ่มที่เกษตรกร
เป็นสมาชิก
- ปุ๋ย เกษตรกรจะใช้ปุ๋ยทั้งปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก และปุ๋ยพืชสด โดยปุ๋ยอินทรีย์จะต้องเป็นปุ๋ย
อินทรีย์ที่ขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์กับกรมวิชาการเกษตร ราคาเฉลี่ยกระสอบละ 450 บาท บรรจุกระสอบละ 50
กิโลกรัม เกษตรกรจะซื้อจากร้านค้า และโรงสีข้าวอินทรีย์ การขนส่งจะมีทั้งผู้ขายรับภาระขนส่งเอง ซึ่งไม่ต้อง
เสียค่าใช้จ่ายในการขนส่ง แต่ต้องสั่งซื้อตั้งแต่ 200 กระสอบขึ้นไป โดยเกษตรกรจะรวมกันซื้อ แล้วสั่งมา
ในคราวเดียวกัน และเกษตรกรรับภาระการขนส่งเอง โดยใช้รถกระบะ 4 ล้อ ซึ่งเป็นยานพาหนะส่วนตัว
มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งเป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 550 บาทต่อเที่ยว ส่วนปุ๋ยคอกต้องเป็นมูลสัตว์ที่เลี้ยงแบบ
อินทรีย์เท่านั้น ซึ่งราคาจะสูงกว่าปุ๋ยคอกปกติ ปุ๋ยขี้วัวอินทรีย์ ราคาเฉลี่ย 6.25 บาทต่อกิโลกรัม ปุ๋ยมูลไส้เดือน
ราคา 1.60 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรรับภาระการขนส่งเอง โดยใช้รถกระบะ 4 ล้อ ซึ่งเป็นยานพาหนะส่วนตัว
มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งเป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 150 บาทต่อเที่ยว เกษตรกรส่วนใหญ่จะไม่มีที่จัดเก็บปุ๋ย จะ
ซื้อมาแล้วใช้เลย สำหรับเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยพืชสด โดยปลูกและไถกลบปอเทือง หรือพืชตระกูลถั่ว ซึ่งได้รับ
การสนับสนุนจากกรมพัฒนาที่ดิน
- สารชีวภาพ เกษตรกรจะทำสารชีวภาพใช้เอง โดยใช้วัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น สารชีวภาพเป็น
สารละลายเข้มข้นที่ได้จากการหมักเศษพืช หรือสัตว์ กับสารที่ให้ความหวาน จนถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์
ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการแล้วจะได้สารละลายเข้มข้นสีน้ำตาล ประกอบไปด้วยจุลินทรีย์ และสารอินทรีย์หลาย
ชนิด สำหรับชีวภาพกำจัดศัตรูพืช เกษตรกรจะใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียเป็นเชื้อราใช้ในการกำจัดศัตรูพืช โดยใช้เชื้อ
ผงบิวเวอร์เรีย 50 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร ส่วนการกำจัดโรคพืช เกษตรกรใช้เชื้อราไตรโครเดอร์มา ซึ่งเป็น
ปฏิปักษ์ต่อเชื้อราอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคพืชหลายชนิด โดยใช้เชื้อราไตรโครเดอร์มา 50 กรัม ผสมน้ำ 20
่
ลิตร ฉีดพ่นบริเวณที่มีการระบาดของโรคพืช หรือบริเวณที่เป็นจุดเสี่ยงการระบาดของโรคพืช ควรฉีดพน
ช่วงเวลาเย็นเช่นเดียวกับเชื้อราบิวเวอร์เรีย ราคาเชื้อราบิวเวอร์เรีย และเชื้อราไตรโครเดอร์มา ขนาดบรรจุ 500
กรัม ราคาเฉลี่ย 180 บาท นอกจากนี้เกษตรกรยังใช้สารสะเดาป้องกันและกำจัดหนอนแมลงศัตรูพืชด้วย ใช้
สารสะเดา 50 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วต้นข้าว ทั้งบนใบและใต้ใบ ราคาสารสะเดากิโลกรัมละ 100 บาท
หรือใช้น้ำส้มควันไม้ ฉีดพ่นในแปลงข้าวที่พบแมลงและหนอนระบาด ซึ่งเกษตรกรผลิตน้ำส้มควันไม้ใช้เอง

