Page 65 - ห่วงโซ่คุณค่าข้าวหอมมะลิอินทรีย์
P. 65
53
4.2.3 ห่วงโซ่คุณค่าข้าวหอมมะลิอินทรีย์
1) การเชื่อมโยงระหว่างห่วงโซ่คุณค่าเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์และโรงสีข้าว
อินทรีย์
จากการศึกษาห่วงโซ่คุณค่าในการประกอบธุรกิจข้าวหอมมะลิอินทรีย์ของเกษตรกร และของ
ผู้ประกอบการโรงสีข้าวอินทรีย์ เห็นได้ว่าการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เกษตรกร และโรงสีมีความเกี่ยวข้อง
เชื่อมโยงกัน ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าทั้งในส่วนของเกษตรกร และโรงสี โดยโรงสีจะส่งเสริม สนับสนุน
การผลิตที่ดีมีคุณภาพให้แก่เกษตรกร เพื่อเกษตรกรจะได้ผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิอินทรีย์ที่มีคุณภาพ เป็นไป
ตามมาตรฐานอินทรีย์ เพื่อเป็นปัจจัยการผลิตหลักของโรงสีในการแปรรูปเป็นข้าวสารหอมมะลิอินทรีย์ การ
เชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์และโรงสีข้าวอินทรีย์มีดังนี้
1.1) การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการผลิตข้าวอินทรีย์ เกษตรกรและโรงสีมีการแลกเปลี่ยน
ความรู้ เทคนิคการผลิต และเทคโนโลยีในการผลิตข้าวอินทรีย์ โดยโรงสีมีการจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกร
อย่างต่อเนื่อง และมีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์ และเกษตรกร
กับโรงสี
1.2) การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านราคาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โรงสีจะรับซื้อข้าวอินทรีย์จาก
เกษตรกรที่เป็นสมาชิกในราคาที่สูงกว่าราคาปกติ แต่ข้าวอินทรีย์ของเกษตรกรต้องได้มาตรฐานอินทรีย์ และ
เป็นไปตามข้อกำหนดของโรงสี
1.3) การเข้าถึงปัจจัยการผลิต ปัจจัยการผลิตสำหรับเกษตรกร ได้แก่ พันธุ์ ปุ๋ยอินทรีย์
สารชีวภาพ รวมทั้งบริการทางการเกษตร เช่น รถแทรกเตอร์ รถเกี่ยวข้าว รถขนข้าว เป็นต้น โรงสีมีจำหน่าย
ปัจจัยการผลิตเหล่านี้ให้แก่เกษตรกรซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่เป็นไปตามมาตรฐานอินทรีย์ และบริการทาง
การเกษตรส่วนใหญ่จะให้บริการผู้ปลูกข้าวอินทรีย์ทั้งที่เป็นสมาชิก และไม่ได้เป็นสมาชิก อาจมีบริการสำหรับ
ิ
เกษตรกรทั่วไปที่ไม่ได้ปลูกข้าวอินทรีย์ด้วย แต่จะทำความสะอาดเครื่องจักรก่อนให้บริการแก่ผู้ปลูกข้าวอนทรีย์
ส่วนปัจจัยการผลิตของโรงสี คือ ข้าวเปลือกหอมมะลิอินทรีย์ ซึ่งรับซื้อจากเกษตรกร และโรงสีสามารถมั่นใจใน
คุณภาพของข้าวเปลือกที่ได้รับว่าเป็นไปตามที่โรงสีกำหนด
1.4) การติดต่อซื้อขายผลผลิต ผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิอินทรีย์ของเกษตรกรที่เป็น
สมาชิก หรือเป็นเครือข่ายของโรงสี โรงสีจะรับซื้อไว้ทั้งหมด และนำไปแปรรูปจำหน่ายเป็นข้าวสารหอมมะลิ
อินทรีย์ จำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง และผู้ค้าปลีก
1.5) มาตรฐานการผลิต เกษตรกรที่จะจำหน่ายข้าวเปลือกให้แก่โรงสีต้องได้รับมาตรฐาน
อินทรีย์ ส่วนโรงสีทำมาตรฐาน GMP โรงสี เมื่อโรงสีแปรรูปเป็นข้าวสาร จะแสดงตราสัญลักษณ์ Organic
์
Thailand และ GMP บนบรรจุภัณฑ
1.6) การขนส่งผลผลิต โรงสีข้าวอินทรีย์เอกชนจะรับภาระการขนส่งข้าวเปลือกจากไร่นา
มายังโรงสี เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากข้าวที่ไม่ใช่อินทรีย์ในระหว่างการขนส่ง

