Page 66 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 66

58

              ต้นไม้วิมานของรุกขเทวดานั้นไปใช้ประโยชน์ สร้างความเดือดร้อนแก่รุกขเทวดาตนนั้นมาก วันหนึ่ง เทวดา
              นั้นได้คร่ำครวญไปหาพระโพธิสัตว์และขอคำแนะนำ พระโพธิสัตว์จึงแนะนำให้ไปอ้อนวอนราชสีห์และเสือ

              ให้กลับมาอยู่เหมือนเดิม เทวดานั้นไปยืนประคองอัญชลีต่อหน้าสัตว์ทั้งสองอ้อนวอนว่า “ท่านสัตว์ทั้งสอง
                                   ่
              ขอเชิญท่านไปอยู่ป่าเชนเดิมเถิด ป่าไม้ถูกมนุษย์ทำลายเกือบจะหมดแล้ว” แต่สัตว์ทั้งสองหาได้กลับไปไม่
              มีแต่เทวดาตนนั้นเท่านั้นเดินกลับเข้าป่าไป ไม่นานป่านั้นก็เป็นที่ทำกินของชาวบ้านไป

              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: : ป่ามีเพราะเสืออยู่เสืออ้วนเพราะมีป่า ต่างคนต่างอาศัยกัน เพราะป่าไม่มีสัตว์ร้ายอยู่
                                       ผู้คนจึงตัดไม้ทำลายป่าไปเสียหมด เป็นเหตุให้ความสมดุลทางธรรมชาติสูญเสีย
                                       ไป ขอเชิญช่วยกันปลูกป่าตั้งแต่วันนี้เถิดท่านทั้งหลายเอ๋ย ๛


                                                  กากับนกเค้า (อุลูกชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภการทะเลาะกันของกากับนกเค้า
              เรื่องมีอยู่ว่า ในสมัยนั้น กาจะทำร้ายนกเค้าในเวลากลางวัน นกเค้าจะทำร้ายกาในเวลากลางคืน ทำให้

              บริเวณวัดเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดนก พวกภิกษุได้กวาดซากศพของนกกาไปทิ้งเป็นจำนวนมาก เพื่อคลาย
              ความสงสัยของพวกภิกษุ พระองค์ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในครั้งปฐม

              กัลป์พวกสัตว์ทั้งหลายได้เลือกผู้นำของตนเองกล่าวคือ พวกมนุษย์เลือกชายผู้มีรูปร่างสวยงาม มีมารยาท

              เรียบร้อยและมีสติปัญญาเป็นพระราชา พวกสัตว์ 4 เท้าเลือกราชสีห์เป็นหัวหน้า พวกปลาเลือกปลา
              อานนท์เป็นหัวหน้า ฝ่ายพวกนกมาประชุมกันที่ป่าแห่งหนึ่งแล้วทำการคัดเลือกหัวหน้า ฝูงนกเสนอให้นก

              เค้าขึ้นเป็นหัวหน้า แต่มีกาตัวหนึ่งพูดคัดค้านขึ้นว่า “ท่านทั้งหลาย หน้าตาของนกเค้าขนาดยังไม่โกรธก็ยัง
              เป็นเช่นนี้ ถ้าเขาโกรธขึ้นมาจะดูได้หรือ ผู้ที่จะเป็นหัวหน้าจะต้องหน้าตาดูดีกว่านี้ ข้าพเจ้าไม่เห็นดีด้วย”

              แล้วกล่าวเป็นคาถาว่า “ขอความเจริญรุ่งเรืองจงมีแก่ท่านทั้งหลาย การแต่งตั้งนกเค้าให้เป็นใหญ่
              ข้าพเจ้ายังไม่ชอบใจ ท่านจงมองดูหน้านกเค้าที่ยังไม่โกรธดูซิ ถ้านกเค้าโกรธจะทำหน้าอย่างไร” ว่าแล้วก็

              บินร้องไปในอากาศวา “ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย ๆ” ฝ่ายนกเค้าโกรธมากที่ถูกกาว่าร้ายได้บินไล่กานั้นไป ตั้งแต่
                                 ่
              นั้นเป็นต้นมากากับนกเค้าได้จองเวรกันและกันจนถึงปัจจุบัน สุดท้ายพวกนกได้เลือกหงส์ทองให้เป็น

              หัวหน้านก
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:  เป็นผู้นำคนหน้าตาจะต้องยิ้มแย้มเบิกบานเป็นที่สบายใจของลูกน้อง

                                               และผู้พบเห็น ๛

                                                 สะใภ้เศรษฐี (สุชาตาชาดก)
              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภนางสุชาดาน้องสาวของนางวิสาขา

              ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เรื่องมีอยู่ว่า...นางสุชาดาสำคัญตนว่าเป็นลูกสาวของตระกูล
                                                       ั
              ใหญ่ จึงไม่ยอมก้มหัวให้กับใคร ๆ ในครอบครวสามี แม้กระทั่งปู่และย่า เที่ยวดุด่าเฆี่ยนตีทาสรับใช้ในเรือน
              ของสามีอยู่เป็นประจำ ต่อมาวันหนึ่ง พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์เข้าไปฉันที่บ้านของท่านอนาถ
              บิณฑิกเศรษฐี ขณะที่กำลังแสดงธรรมอยู่นั่นเอง ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย จึงตรัสถามท่านเศรษฐี เมื่อ

              เศรษฐีกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว พระองค์จึงรับสั่งใหเรียกนางมาเข้าเฝ้า และตรัสถามนางว่า “สุชาดา
                                                              ้
              ภรรยามี 7 จำพวก เธอเป็นภรรยาจำพวกไหน” นางสุชาดาไม่ทราบจึงกราบทูลว่า “ข้าพระองค์ไม่ทราบว่า

              พระองค์ตรัสหมายถึงอะไร โปรดอธิบายด้วยเถิดพระเจ้าข้า “พระพุทธเจ้าจึงตรัสแสดงภรรยา 7 จำพวกว่า

              “สุชาดา ภรรยาจำพวกที่ 1 มีจิตคิดประทุษร้ายสามี มิได้ประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่สามี รักใคร่
              ในชายอื่น ดูหมิ่นล่วงเกินสามี ขวนขวายเพื่อจะฆ่าสามี นี่เรียกว่า วธกาภริยา ภรรยาเสมือนดังเพชฌฆาต
   61   62   63   64   65   66   67   68   69   70   71