Page 91 - พุทธปรัชญาที่ปรากฏในงานวรรณกรรมของรพินทรนาถ ฐากูร
P. 91
๗๘
มีปัญญาหรือความรู้เห็นตามความเป็นจริง เขาติดอยู่ใน ปปัญจะ คือการปรุงแต่งที่จิตสร้าง
เพิ่มเติมให้กับอารมณ์ทั้งหลาย การยึดติดในปปัญจะจัดเป็นอวิชชา ซึ่งทำให้เขาไม่อาจบรรลุ
ิ
นพพาน
ส่วนผู้ใดที่ไม่ติดอยู่ในปปัญจะและไม่มีปปัญจสัญญา เขามีเพียงสัญญาบริสุทธิ์ที่รับรู ้
อารมณ์ตามความเป็นจริง ย่อมสามารถเข้าถึงนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงวิธ ี
ปฏิบัติเพื่อให้เกิดสัญญาบริสุทธิ์ซึ่งสามารถรู้เห็นตามความเป็นจริง โดยไม่เกิด ปปัญจสัญญา
้
่
ไววา
็
“พาหิยะ เพราะเหตุนั้น เธอพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เมื่อใด เธอเมื่อเหน
่
ั
่
็
่
็
รูปกสักแตวาเหน เมือฟงเสียงกสักแตวาฟง เมือรับรูอารมณ์ทีไดรับรูกสักแตวา
่
ั
่
้
็
็
่
้
้
่
่
่
รับรู้ เมื่อรู้แจ้งธรรมารมณ์ที่รู้แจ้งก็สักแต่ว่ารู้แจ้ง เมื่อนั้น เธอก็จะไม่มี เมื่อใด
ั
้
็
ึ
่
่
ิ
ั
่
้
ั
ึ
ั
่
ิ
้
่
้
เธอไม่มี เมือนน เธอกจะไม่ยดตดในสิงนน เมือใดเธอไม่ยดตดในสิงนน เมือนน
เธอจักไม่มีในโลกนี้ ไม่มีในโลกอื่น ไม่มีในระหว่างโลกทั้งสอง นี้เป็นที่สุดแห่ง
๓๕
ทุกข์”
่
่
รวมคำวา สัญญามี ๒ อยาง คือ
่
๑) ปปัญจสัญญา คือ การรับรู้ที่ปรุงแต่งโลก ก่อให้เกิดอวิชชา คือ ความไม่รู้สิง
็
ทังหลายตามความเปนจริง
้
๒) สัญญาบริสุทธิ์ คือ การรับรู้สิ่งทั้งหลายตามที่ปรากฏจับจิต โดยไม่ให้ความหมาย
ปรุงแต่งเพิ่มเติมจนเกิดปปัญจะ สัญญาบริสุทธินีรับรูสภาวะของสรรพสิ่งตามที่เป็นจริง คือ รู ้
้
้
้
์
ิ
ี
เหน อนจจัง ทุกขัง และ อนตตา ความรไตรลักษณนคือ ปญญา
ั
็
ั
ู
้
๓๖
ู
่
ึ
ั
ุ
ปญญาหรือความร ในพทธปรัชญามีแหล่งทีมา ๓ ประการ ปญญาจงมี ๓ ประเภท
้
ั
ตามแหล่งทีมาคือ
่
๑. จินตามยปัญญา หมายถึง ปัญญาเกิดจากการคิดพิจารณา ปัญญาสืบแต่โยนิโส
มนสิการที่ตั้งขึ้นในตนเอง ความรู้ที่เกิดจากการคิดพิจารณาหาเหตุผล เทียบได้กับ อนุมาน
๓๗
ประมาณ (Inference)
๒. สุตมยปัญญา หมายถึง ปัญญาเกิดจากการสดับเล่าเรียน ปัญญาสืบแต่ปรโตโฆ
๓๘
สะ เทียบได้กับ ศัพทประมาณ (Testimony) ในปรัชญาอินเดีย
๓. ภาวนามยปัญญา หมายถึง ปัญญาเกิดจากการปฏิบัติบำเพ็ญ ปัญญาสืบแต ่
๓๙
ปัญญาสองอย่างแรกนั้น แล้วหมั่นมนสิการในประดาสภาวธรรม ความรู้จักประสบการณ์
๓๕ ุ ุ
ข.อ. (ไทย) ๒๕/๑๐/๑๘๖.
๓๖ ท.ปา. (ไทย) ๑๑/๓๐๕/๒๗๑.
ี
๓๗ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยตโต), พจนานุกรมพทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท, หน้า ๙๖.
ุ
ฺ
์
ุ
๓๘ เรองเดียวกัน.
ื
่
๓๙ เรองเดียวกัน.
ื
่

