Page 1117 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 1117
ี
ั
ั
ี
ึ
ี
ี
่
ี
ปญหาในการจัดกิจกรรมการเรยนรภาษาไทยของนักเรยนชั้นประถมศกษาปท 3 ของโรงเรยนฝร่งเศส
ู
้
ี
่
ิ
ี
้
นานาชาต กรงเทพ พบว่านักเรยนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถอ่านออกและเขยนได้ดเท่าทควร รวมถงไม่รจัก
ึ
ี
ู
ี
ุ
ี
่
ึ
ี
ื
ื
ื
ื
วิธการอ่านเอาเรอง จงมผลท าให้ไม่สามารถอ่านหรอท าความเข้าใจเน้อหาโดยภาพรวมได้ เมออ่านจบแล้ว
่
ื
ื
่
่
์
่
ี
ุ
ี
ผู้เรยนไม่สามารถตความหรอสรปความจากเรองทอ่านได้ ว่าเรองทอ่านต้องการสอถงส่งใด มประโยชนหรอ
ื
ื
ึ
ี
่
ี
ี
ื
ิ
่
ิ
ให้ข้อคดอะไรบ้าง
ี
ื
นอกจากน้ เนองจากระดับความสามารถของการใช้ภาษาไทยของนักเรยนแต่ละคนแตกต่างกัน
่
ี
ี
ี
ึ
จงท าให้ครผู้สอนต้องเสยเวลามากในการเตรยมกิจกรรมให้ตรงตามความสามารถทแตกต่างของผู้เรยน และ
ี
ี
่
ู
ิ
ี
ุ
ี
่
ื
็
ี
ื่
ี
ื
ั
สดท้ายคอปจจัยทางด้านทัศนคตของผู้เรยนเปนอกสาเหตทมผลอย่างมากต่อการพัฒนาการอ่าน สบเนองจาก
ุ
ี
ี
ึ
ั
ั
การไม่ได้รบความช่วยเหลอการฝกฝนภาษาไทยจากครอบครว ท าให้นักเรยนไม่มความมั่นใจในการสะกดค า
ื
ึ
ู
้
ึ
์
่
และอ่านภาษาไทย ดังนั้นนักเรยนจงรสกขาดก าลังใจในการเรยนร ไม่เหนประโยชนจากการอ่านเพือน าไป
็
ี
ู
้
ี
้
เพิ่มพูนความรให้แก่ตนเอง ท าให้ขาดนสัยรกการอ่านและไม่มความสขกับการเรยนรหรอท ากิจกรรมร่วมกับ
ั
ิ
้
ี
ี
ู
ู
ุ
ื
ี
ี
่
เพือน ตลอดจนนักเรยนมทัศนคตด้านลบกับการเรยนภาษาไทย
ี
ิ
ในฐานะทผู้วิจัยเปนครผู้สอนวิชาภาษา วัฒนธรรมและประวัตศาสตรไทยและพบกับปญหาการ
ั
ู
ี
์
็
่
ิ
ี
ึ
ี
ิ
อ่านของนักเรยนมาตลอดจงต้องการศกษาและพัฒนาการอ่านให้มประสทธภาพเพือช่วยให้นักเรยนสามารถ
ิ
่
ี
ึ
้
ี
ู
ี
เรยนรเข้าใจภาษาไทยได้ดมากยิ่งข้นและสามารถน าไปใช้ในชวิตประจ าวันได้อย่างถกต้องเหมาะสม ตามท ี่
ี
ึ
ู
ศรวรรณ เสนา (2541: 40) กล่าวว่าความเข้าใจในการอ่านถอเปนหัวใจส าคัญของการ อ่านเพราะว่า ถ้าผู้อ่าน
ิ
็
ิ
ื
ิ
่
ี่
่
ไม่สามารถเข้าใจในส่งทอ่านและไม่สามารถจับใจความส าคัญของส่งทอ่านได้ ผู้อ่านก็ไม่ สามารถทจะน า
ิ
ี
ี
ุ
สาระความรและข้อเสนอไปใช้ปฏบัตให้เกิดประโยชนต่อตนเองได้ ดังนั้นจงกล่าวสรปได้ว่าการอ่านม ี
้
์
ึ
ิ
ิ
ู
ี
ิ
็
์
ความส าคัญและจ าเปนอย่างยิ่งในการพัฒนาสตปญญา ความรความสามารถ ประสบการณในการด าเนนชวิต
้
ู
ั
ิ
่
ื
และการอ่านจับใจความทมประสทธภาพ จะช่วยให้ผู้อ่านรบรสาระเรองราวของเรองทอ่านด้วยความเข้าใจ
ั
ี
่
ี
่
ิ
ี
่
ื
ู
้
ิ
ู
ื่
์
ี
้
่
ี
และสามารถน าสาระความรจากเรอง ทอ่านมาพัฒนาปรบตนเองให้เข้ากับสถานการณ การเปลยนแปลงได้
่
ั
อย่างเหมาะสม ท าให้มคณภาพชวิตทดและอยู่ในสังคมอย่างมความสข
่
ุ
ี
ี
ุ
ี
ี
ี
ี
ิ
ิ
ี
่
ี
จากปญหาดังกล่าวผู้วิจัยมความเหนว่าควรหาวิธการสอนทจะพัฒนาการอ่านให้มประสทธภาพ
ี
็
ั
้
ึ
็
ั
ี
่
ึ
ยิ่งข้น โดยเฉพาะการอ่านเพือความเข้าใจและการสรางความเปนคนรกการอ่าน ผู้วิจัยจงสนใจน าวิธการอ่าน
แบบกว้างขวาง (Extensive Reading) มาใช้
็
ี
Brown (2000) ได้กล่าวว่า การอ่านแบบกว้างขวางเปนการอ่านบทอ่านทมลักษณะยาวในถ้อย
่
ี
่
่
ุ
่
ความทหลากหลาย โดยอ่านเพือให้เข้าใจภาพรวม ไม่ได้ใส่ใจในรายละเอยด เพือม่งให้เกิดความมั่นใจ ความ
ี
ี
ั
์
คล่องแคล่วในการอ่านและกฤษฎา โพธ์ ิชัยรตน (2556) ได้ให้ความหมายของการอ่านแบบกว้างขวางว่า
หมายถง การอ่านในปรมาณมากทั้งในและนอกห้องเรยน โดยใช้เวลาในการอ่านนอกชั้นเรยนมากกว่า ม่งให้
ิ
ุ
ี
ึ
ี
1098

