Page 272 - 4. แสงสว่างของทางเลือกใหม่ในการจัดการเรียนรู้ (Final 11-4-16)
P. 272
ี
้
- ใหนักเรยนทเปนตัวแทนพลิกรปภาพทีละคน
ู
็
ี่
ู
ํ
ี
- ใหนักเรยนทั้งหมดแข่งกันตอบว่าเปนรปภาพอะไร (โดยการกากับของคร)
ู
้
็
- นักเรยนทเปนตัวแทนรวบรวมรปภาพใส่ลงในกล่องใบเดิม
ี
็
ู
ี่
ิ
- นักเรยนร่วมกันสรุปขอมูล เรือง ชนิดของรปเรขาคณตสองมิติและรปเรขาคณตสามมิติ
ี
ู
่
ู
ิ
้
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
์
ิ
ู
ู
ิ
ู
ู
้
- ครให้ความรเพิ่มเติมถึงความแตกต่างระหว่างรปเรขาคณตสองมิติและรปเรขาคณตสาม
ิ
มิติ โดยการตั้งคาถาม
ํ
ี่
ิ
ี
ู
ู
ี
ิ
ิ
้
1) นักเรยนคิดว่า รปเรขาคณตสองมิติและรปเรขาคณตสามมิติมกชนด อะไรบาง
้
ู
่
2) นักเรยนยกตัวอย่างสิ่งของเครองใชในชีวตประจําวันทเปนรปเรขาคณตสองมิติ
ี
ิ
็
ิ
่
ื
ี
ิ
และรปเรขาคณตสามมิติ
ู
ิ
3) นักเรยนคิดว่า รปเรขาคณตสองมิติและรปเรขาคณตสามมิติมลักษณะ
ู
ี
ู
ิ
ี
ื
้
เหมอนกันหรอต่างกัน อย่างไร? ทราบไดอย่างไร?
ื
่
ิ
- บูรณาการคุณค่าพระวรสาร เรือง “ความจรง”
ิ
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ื
่
่
ู
- ให้นักเรยนแบ่งกลุ่มๆ ละ 10 คน โดยครกาหนดให กลุมท 1-2 เขียนแผนภาพความคิด
ี
ํ
้
ี
(Mind Map) เรือง เรขาคณตสองมิติ กลุมท 3-4 เขยนแผนภาพความคิด เรอง เรขาคณตสามมิติ
่
ี
่
ิ
่
ี
ื่
ิ
- ใหแต่ละกลุมส่งตัวแทนมานาเสนอผลงานบนกระดาน
่
ํ
้
ื่
้
ี
ิ
- นักเรยนช่วยกันยกตัวอย่างสิ่งของเครองใชในชวิตประจาวันทมรปรางคลายเรขาคณตสามมิติ
ี
่
้
ี
ํ
ู
ี
่
ี
ิ
ู
- นักเรยนร่วมกันสรุป เรือง รปเรขาคณตสามมิติและปรมาตร
ิ
่
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน [LIKE]
่
ี
่
่
ี
้
้
5.1 Reflect - นักเรยนไดเรยนรอะไรบางจากการเล่นเกมจับคูดูภาพ
ี
ู
้
ํ
ื
่
ิ
5.2 Connect - นักเรยนคิดว่า เน้อหาเรองรปเรขาคณตสามมิติและปรมาตรสามารถนาไป
ู
ื
ิ
ี
่
ื
้
เชอมโยงกับวิชาใดไดบาง?
้
ื่
ู
้
ี
- นักเรยนคิดว่า สิ่งทไดเรยนรมความสัมพันธกับคุณค่าพระวรสารเรองใด
้
ี่
ี
ี
์
ิ
้
ี
ํ
ํ
ี
้
่
่
ู
้
5.3 Apply - นักเรยนสามารถนาความรทไดจากหัวขอน้ไปใชในชวตประจาวันในเรองใดได ้
้
ี
ี
ื
บาง? อย่างไร?
้
- นักเรยนคิดว่า เราเรยนรเรองน้ไปเพออะไร?
ี
ี
ู
ื่
ี
ื่
้
ื
่
ี
6. สอการเรยนการสอน
ู
- PowerPoint ใชในการนาเสนอรปเรขาคณตสองมิติและรปเรขาคณตสามมิติ
ิ
้
ํ
ู
ิ
250

