Page 285 - 4. แสงสว่างของทางเลือกใหม่ในการจัดการเรียนรู้ (Final 11-4-16)
P. 285
4. การนําเสนอบทเรยน
ี
์
้
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
์
- แบ่งกลุมนักเรยน กลุมละ 4 คน ให้แต่ละกลุมหาสูตรการผสมน้าพั้นชว่าผสมอย่างไร?
่
ํ
ี
่
่
้
ี่
และผสมไดทั้งหมดกแบบ?
- ใหนักเรยนแต่ละกลุมออกมานาเสนอ วิธการผสมพั้นช ว่าผสมอย่างไร? และผสมได ้
้
ี
่
์
ํ
ี
ทั้งหมดกแบบ?
ี่
่
ิ
ื
ู
ี
ี
่
ี
- ครสุมเลอกนักเรยน 2 กลุม นามารวมกันอภปรายเพอเปรยบเทยบความแตกต่างของ
่
่
ํ
ื
ี
ํ
วิธการหาสูตรน้าพั้นช ์
์
4.2 การคิดวินจฉัยประสบการณ (Judge) [LIKE]
ิ
้
ํ
- ครูใหนักเรยนอ่านเรื่อง ความหมายของ Sample Space และนาเสนอวิธการหา
ี
ี
Sample Space พร้อมยกตัวอย่างประกอบ ตัวอย่างท 1 ในการทาสลัดจากการเลอกวัตถุดิบ 2
ื
ี
ํ
่
ี
ิ
ื
ื
้
้
ิ
ชนด จากทั้งหมด 3 ชนด คอ ผักกาดหอม (ผ) มะเขอเทศ (ม) และขาวโพด (ข) ไดดังน้
S = { ผม , ผข , มข } n(S) = 3
- ครเนนย้าเรอง วธการเขยน Sample Space แบบแจกแจงสมาชิก สัญลักษณแทน
ู
ิ
ื
่
์
ํ
ี
ี
้
ํ
Sample Space และการหาจานวนของ Sample Space
่
ี
- ครตั้งคาถามเกยวกับการทาสลัดดวย ผักกาดหอมกับมะเขอเทศ มะเขอเทศและ
ื
ื
ํ
ู
ํ
้
ี
ผักกาดหอม เหมอนหรอต่างกันอย่างไร? โดยครูและนักเรยนร่วมกันสรุป
ื
ื
ิ
ื
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) [LIKE]
ํ
ี
ิ
้
ู
ี
- จากตัวอย่างการทาสลัด ครใหนักเรยนนาวธการดังกล่าวไปใชในการหาสูตรน้าพั้นชได ้
ํ
้
ํ
์
ทั้งหมดกวิธ? มอะไรบาง?
ี
ี่
ี
้
- ครใหนักเรยนแต่ละกลุมออกมานาเสนอ แลวครและนักเรยนรวมกันอภปรายหาคําตอบ
ู
ํ
ี
้
่
่
้
ิ
ี
ู
ทถูกต้อง
ี
่
็
ี
ํ
ํ
้
่
่
ื
- ครูใหเง่อนไขเพิมเติม โดยเพิมส่วนผสมเปน 5 ชนิด นักเรยนจะสามารถหาสูตรทาน้า
้
์
พั้นชไดกแบบ? อะไรบาง?
้
ี่
ี
ํ
- ครูใหนักเรยนทาแบบฝกหัด เรอง การหาความน่าจะเปนของเหตุการณ P(E) เป็น
์
็
้
่
ื
ึ
้
การบาน
5. การไตรตรองกอนจบคาบเรยน
่
ี
่
5.1 Reflect
- นักเรยนอยากเรยนรอะไรเพิมเติมเกยวกับ Sample Space?
ี
่
ี
ู
้
ี
่
ี
้
ํ
ั
ู
้
์
ี
ี
- นักเรยนไดเรยนรอะไรจากการหาสูตรน้าพั้นชในคร้งน้?
263

