Page 52 - 4. แสงสว่างของทางเลือกใหม่ในการจัดการเรียนรู้ (Final 11-4-16)
P. 52
์
ี
่
ี
ี
ื
ี
ู
่
่
ี
หรอถกกันแน่เนยทให้นักเรยนได้ทํากิจกรรมน้ ฉันต้องใช้ทักษะและประสบการณทมอยู่เพือ
ี
่
ิ
ู
ควบคมห้องเรยนให้ดําเนนกิจกรรมการเรยนรโดยไม่กระทบต่อห้องข้างๆ และฉันต้องการพิสจน ์
้
ุ
ี
ู
ี
ื
่
ิ
ุ
ด้วยว่า กระบวนการไตร่ตรองใช้ได้จรง เมอการทดลองส้นสดลง ฉันให้นักเรยนช่วยกันนําเสนอ
ี
ิ
ุ
ผลจากการทดลองน้ ทกกล่มใช้เวลาเพียงกล่มละ 1 นาทีเท่านั้น ฉันจึงตั้งคําถามกับนักเรียน
ี
ุ
ุ
ี
ิ
ฉัน : นักเรยนคดว่า ขนาดของแก้วนํ้า ความสง ความกว้างของปากแก้ว ม ี
ู
ผลต่อปรมาตรหรอไม่ ?
ื
ิ
นักเรยน 1 : “มผลสังเกตว่า ถ้าปากแก้วมความกว้างมาก และสง จะจนํ้าได้มาก
ุ
ี
ู
ี
ี
ทสด”
่
ี
ุ
ู
นักเรยน 2 : “แต่ของหนปากแก้วแคบกว่า ความสงมากกว่าของเพือน มความจ ุ
ู
ี
่
ี
มากเหมอนกัน”
ื
ู
ี
ครู : “แสดงว่า ปากแก้วกับความสงมผลต่อปรมาตรของนํ้าในแก้ว”
ิ
ี
หลังจากนั้น ฉันเร่มอธบายวิธการหาปรมาตรของทรงกระบอกจนได้ข้อสรปร่วมกันเปน
ิ
ุ
็
ิ
ิ
ั
ู
้
ี
ิ
ี
สตร IIr2h ฉันเตรยมใบงานไว้สําหรบการหาปรมาตรทรงกระบอก 10 ข้อ นักเรยนทําพรอมกับ
ี
ิ
ิ
ี
ออกมานําเสนอหน้าชั้นเรยน จรงๆ แล้วฉันยังไม่มั่นใจว่า นักเรยนของฉันจะคํานวณได้จรง
ึ
่
ี
ี
็
ื
ี
ี
ื
หรอไม่ อกประการหนงคอ จะทําใบงานน้เสรจไหมด้วยตัวเอง ปรากฏว่า ทําได้ดเลยทเดยว ทํา
ี
ื
เองด้วย จรงหรอน ี ่
ิ
ู
ื
ี
ี
ู
ครู : “นักเรียนรู้ไหม วันน้เธอทําให้ครรว่า เธอทําได้นะ นคอผลจากความ
้
่
้
ู
ี
พยายามเรยนรของเธอ”
ี
ุ
ี
่
ี
นักเรยน : “แหม...มส ก็มาแนวแปลกน วันน้ สนกดครบ/ค่ะ”
ี
ี
ั
ี
ี
่
ี
ี
ื
แล้วฉันยังคงไม่ลมทจะสั่งการบ้าน แต่การบ้านวันน้เปลยนไป ฉันให้นักเรยนเขยนผัง
ี
่
ี
์
ื
มโนทัศนในเรองทรงกระบอกมาส่งในคาบหน้า ผลคอ นักเรยนส่งงานครบ ฉันไม่ต้องทวงงาน/
ื
่
การบ้าน แต่ฉันกลับถกทวงถามถงวิธการเรยนแบบน้อก
ี
ี
ี
ู
ึ
ี
่
ั
ี
ี
์
ฉันค้นพบแล้วว่า การเรยนการสอนแบบไตร่ตรองทําให้ฉันได้รบผลลัพธทแตกต่างจาก
่
่
ี
ื
ิ
เดม จากทเคยต้องทวงถามเรองงานและการบ้าน หรือการเรียนด้วยพฤติกรรมแน่นิ่งของนักเรียน
ี
ี
ี
ิ
่
ี
ี
ุ
่
ื
ี
็
เปนห้องเรยนทมชวิตชวา สนก และผลลัพธทต้องการคอ ความยั่งยืนของความร ฉันคดว่า ฉัน
ู
์
้
่
ื
ได้รบมันนะ จะสอนแบบเดมหรอสอนแบบไตร่ตรอง มันก็เหนอยด้วยกันทั้งนั้น แต่ผลทได้รบนี ่
ั
ั
ื
่
ิ
ี
30

