Page 120 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 120

[153]                                       120                       พจนานุกรมพุทธศาสตร





               [153] บุคคล 4 (ประเภทของบุคคล — Puggala: four kinds of persons)
                  1. อุคฆฏิตัญู (ผูที่พอยกหัวขอก็รู,  ผูรูเขาใจไดฉับพลัน  แตพอทานยกหัวขอขึ้นแสดง —

                  Ugghañita¤¤å: a person of quick intuition; the genius; the intuitive)

                  2. วิปจิตัญู (ผูรูตอเมื่อขยายความ,  ผูรูเขาใจได  ตอเมื่อทานอธิบายความพิสดารออกไป —
                  Vipacita¤¤å: a person who understands after a detailed treatment; the intellectual)

                  3. เนยยะ (ผูที่พอจะแนะนํ าได, ผูที่พอจะคอยชี้แจงแนะนํ าใหเขาใจได ดวยวิธีการฝกสอนอบรม
                  ตอไป — Neyya: a person who is guidable; the trainable)

                  4. ปทปรมะ (ผูมีบทเปนอยางยิ่ง,  ผูอับปญญา  สอนใหรูไดแตเพียงตัวบทคือพยัญชนะ  หรือ

                  ถอยคํ า ไมอาจเขาใจอรรถคือความหมาย — Padaparama: a person who has just word
                  of the text at most; an idiot)

                  A.II.135; Pug 41; Nett.7,125.                              องฺ.จตุกฺก.21/133/183; อภิ.ปุ.36/108/185.

               [154] ปฏิปทา 4 (แนวปฏิบัติ, ทางดํ าเนิน, การปฏิบัติแบบที่เปนทางดํ าเนินใหถึงจุดหมาย

                  คือความหลุดพนหรือความสิ้นอาสวะ —  Pañipadà: modes of practice; modes of
                  progress to deliverance)

                  1. ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิฺา (ปฏิบัติลํ าบาก ทั้งรูไดชา เชนผูปฏิบัติที่มีราคะ โทสะ โมหะ

                  แรงกลา ตองเสวยทุกขโทมนัสเนื่องจากราคะ โทสะ โมหะนั้นอยูเนืองๆ หรือเจริญกรรมฐานที่มี
                  อารมณไมนาชื่นใจ เชน อสุภะ เปนตน อีกทั้งอินทรียก็ออน จึงบรรลุโลกุตตรมรรคลาชา พระ

                  จักขุบาลอาจเปนตัวอยางในขอนี้ได — Dukkhà pañipadà dandhàbhi¤¤à: painful progress
                  with slow insight)

                  2. ทุกฺขา ปฏิปทา ขิปฺปาภิฺา (ปฏิบัติลํ าบาก แตรูไดเร็ว เชน ผูปฏิบัติที่มีราคะ โทสะ โมหะ
                  แรงกลา  ตองเสวยทุกขโทมนัสเนื่องจากราคะ  โทสะ  โมหะนั้นอยูเนืองๆ  หรือเจริญกรรมฐานที่มี

                  อารมณไมนาชื่นใจ เชน อสุภะ เปนตน แตมีอินทรียแกกลา จึงบรรลุโลกุตตรมรรคเร็วไว บาลียก
                  พระมหาโมคคัลลานะเปนตัวอยาง — Dukkhà pañipadà khippàbhi¤¤à: painful progress with

                  quick insight)

                  3. สุขา ปฏิปทา ทนฺธาภิฺา (ปฏิบัติสบาย แตรูไดชา เชน ผูปฏิบัติที่มีราคะ โทสะ โมหะไม
                  แรงกลา  ไมตองเสวยทุกขโทมนัสเนื่องจากราคะ  โทสะ  โมหะนั้นเนืองนิตย  หรือเจริญสมาธิได
                  ฌาน 4 อันเปนสุขประณีต แตมีอินทรียออน จึงบรรลุโลกุตตรมรรคลาชา — Sukhà pañipadà

                  dandhàbhi¤¤à: pleasant progress with slow insight)

                  4. สุขา ปฏิปทา ขิปฺปาภิฺา (ปฏิบัติสบาย ทั้งรูไดไว เชน ผูปฏิบัติที่มีราคะ โทสะ โมหะไมแรง
                  กลา ไมตองเสวยทุกขโทมนัสเนื่องจากราคะ โทสะ โมหะนั้นเนืองนิตย หรือเจริญสมาธิไดฌาน 4 อัน

                  เปนสุขประณีต  อีกทั้งมีอินทรียแกกลา  จึงบรรลุโลกุตตรมรรคเร็วไว  บาลียกพระสารีบุตรเปนตัว
                  อยาง —  Sukhà pañipadà khippàbhi¤¤à: pleasant progress with quick insight)

                  A.II.149–152,154–5.                                       องฺ.จตุกฺก.21/161–3/200–4; 167–8/207–9.
   115   116   117   118   119   120   121   122   123   124   125