Page 181 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 181

หมวด 5                                      181                                    [248]




                  ขอ 5 เปนเหตุละหรือบรรเทาความทุจริตตางๆ โดยตรง
                       เมื่อพิจารณาขยายวงออกไป เห็นวามิใชตนผูเดียวที่ตองเปนอยางนี้ แตเปนคติธรรมดาของ

                  สัตวทั้งปวงที่จะตองเปนไป  เมื่อพิจารณาเห็นอยางนี้เสมอๆ  มรรคก็จะเกิดขึ้น  เมื่อเจริญมรรค
                  นั้นมากเขา ก็จะละสังโยชนทั้งหลาย สิ้นอนุสัยได.

                  A.III.71.                                                                องฺ.ปฺจก.22/57/81.


               [248]  ปพพชิตอภิณหปจจเวกขณ 10 (ธรรมที่บรรพชิตควรพิจารณาเนืองๆ
                  — Pabbajita-abhiõhapaccavekkhaõa: ideas to be constantly reviewed by a monk;

                  facts which the monk should again and again contemplate)
                       บรรพชิตควรพิจารณาเนืองๆ วา (เติมลงหนาขอความทุกขอ)
                                                          *
                  1. เราถึงความมีเพศตางจากคฤหัสถแลว   (I have come to a status different from

                  that of a layman.)
                       ขอนี้บาลีวา “เววณฺณิยมฺหิ  อชฺฌูปคโต”  ในที่นี้แปล  เววณฺณิย  วา  ความมีเพศตาง (จาก

                  คฤหัสถ)  แตหลายทาน  แปลวา  ความปราศจากวรรณะ (casteless state)  คือเปนคนนอก
                  ระบบชนชั้น หรือ หมดวรรณะ คือ หมดฐานะในสังคม หรือเปนคนนอกสังคม (outcast) ความ

                  ตาง หรือปราศจาก หรือหมดไปนี้ อรรถกถาอธิบายวา เปนไปในสองทาง คือ ทางสรีระ เพราะ
                  ปลงผมและหนวดแลว และทางบริขาร คือเครื่องใช เพราะแตกอนครั้งเปนคฤหัสถ เคยใชผาดีๆ

                  รับประทานอาหารรสเลิศในภาชนะเงินทอง เปนตน ครั้นบวชแลว ก็นุงหมผายอมฝาดฉันอาหาร
                  คลุกเคลาในบาตรเหล็กบาตรดิน ปูหญานอนตางเตียง เปนตน

                       สวนวัตถุประสงคแหงการพิจารณาธรรมขอนี้  อรรถกถาแกวา  จะละความกํ าเริบใจ (ความ

                  จูจี้เงางอน) และมานะ (ความถือตัว) เสียได.
                                                      **
                  2. การเลี้ยงชีพของเราเนื่องดวยผูอื่น  (คือตองอาศัยผูอื่น — My livelihood is bound up
                  with others.)

                       วัตถุประสงค  ตามอรรถกถาแกวา  เพื่อใหมีอิริยาบถเรียบรอยเหมาะสม  มีอาชีวะบริสุทธิ์
                  เคารพในบิณฑบาต และบริโภคปจจัยสี่ดวยใสใจพิจารณา
                                                       ***
                  3. เรามีอากัปกิริยาอยางอื่นที่จะพึงทํ า  (I have a different way to behave.)
                       อรรถกถาอธิบายวา  เราควรทํ าอากัปป (คือกิริยามารยาท)  ที่ตางจากของคฤหัสถ  เชน  มี





               *
                 ใน นวโกวาท มีตอวา “อาการกิริยาใดๆ ของสมณะ เราตองทํ าอาการกิริยานั้นๆ“
               **
                 ใน นวโกวาท มีตอวา “เราควรทํ าตัวใหเขาเลี้ยงงาย.”
               ***
                   ใน  นวโกวาท  ทรงเรียงเปนขอความใหมวา “อาการกายวาจาอยางอื่นที่เราจะตองทํ าใหดีขึ้นไปกวานี้ยังมีอยู
                 อีก ไมใชเพียงเทานี้.” จะเห็นวา ขอ 1 กับขอ 3 ทรงตีความตางออกไป ถาแปลตามนัยอรรถกถา ขอ 1 จะได
                 วา “เราเปนผูหมดวรรณะ คือไมมีฐานะในสังคมแลว จะตองไมมีความกระดางถือตัวใดๆ” ขอ 3 จะไดวา “เรา

                 จะตองมีอาการกิริยาตางจากคฤหัสถ สํ ารวมใหเหมาะกับความเปนสมณะ”. (องฺ.อ.3/395)
   176   177   178   179   180   181   182   183   184   185   186