Page 82 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 82

[63]                                        82                        พจนานุกรมพุทธศาสตร





                  Saddhàvimutta: one liberated by faith)
                  6. ธัมมานุสารี (ผูแลนไปตามธรรม  หรือผูแลนตามไปดวยธรรม  คือ  ทานผูปฏิบัติเพื่อบรรลุ

                  โสดาปตติผลที่มีปญญินทรียแกกลา อบรมอริยมรรคโดยมีปญญาเปนตัวนํ า ทานผูนี้ถาบรรลุผล
                  แลวกลายเปนทิฏฐิปปตตะ — Dhammànusàrã: the truth-devotee)

                  7. สัทธานุสารี (ผูแลนไปตามศรัทธา หรือผูแลนตามไปดวยศรัทธา คือ ทานผูปฏิบัติเพื่อบรรลุ

                  โสดาปตติผลที่มีสัทธินทรียแกกลา  อบรมอริยมรรคโดยมีศรัทธาเปนตัวนํ า  ทานผูนี้ถาบรรลุผล
                  แลวกลายเปนสัทธาวิมุต — Saddhànusàrã: the faith-devotee)

                       กลาวโดยสรุป

                       บุคคลประเภทที่ 1 และ 2 (อุภโตภาควิมุต และปญญาวิมุต) ไดแกพระอรหันต 2 ประเภท
                       บุคคลประเภทที่ 3, 4 และ 5 (กายสักขี ทิฏฐิปปตตะ และสัทธาวิมุต) ไดแกพระโสดาบัน

                  พระสกทาคามี พระอนาคามี และทานผูตั้งอยูในอรหัตตมรรค จํ าแนกเปน 3 พวกตามอินทรียที่
                  แกกลา เปนตัวนํ าในการปฏิบัติ คือ สมาธินทรีย หรือปญญินทรีย หรือสัทธินทรีย

                       บุคคลประเภทที่ 6 และ 7 (ธัมมานุสารี และสัทธานุสารี) ไดแกทานผูตั้งอยูในโสดาปตติ-

                  มรรค จํ าแนกตามอินทรียที่เปนตัวนํ าในการปฏิบัติ คือ ปญญินทรีย หรือสัทธินทรีย
                       อยางไรก็ตาม ขอความที่อธิบายมาเกี่ยวกับบุคคลประเภทที่ 3, 4, 5 บางคัมภีรกลาววาเปน

                  การแสดงโดยนิปปริยาย คือแสดงความหมายโดยตรงจํ าเพาะลงไป แตในคัมภีรปฏิสัมภิทามัคค
                  ทานแสดงความหมายโดยปริยาย  เรียกผูที่ปฏิบัติโดยมีสัทธินทรียเปนตัวนํ า  วาเปน  สัทธาวิมุต

                  ตั้งแตบรรลุโสดาปตติผล  ไปจนบรรลุอรหัตตผล;  เรียกผูปฏิบัติโดยมีสมาธินทรียเปนตัวนํ า  วา
                  เปน  กายสักขี  ตั้งแตบรรลุโสดาปตติมรรค  ไปจนบรรลุอรหัตตผล;  เรียกผูที่ปฏิบัติโดยมี

                  ปญญินทรียเปนตัวนํ า  วาเปน  ทิฏฐิปปตตะ  ตั้งแตบรรลุโสดาปตติผลไปจนบรรลุอรหัตตผล;
                  โดยนัยนี้จึงมีคํ าเรียกพระอรหันตวา สัทธาวิมุต หรือ กายสักขี หรือ ทิฏฐิปปตตะ ไดดวย แตถา

                  ถือศัพทเครงครัด ก็มีแต อุภโตภาควิมุต กับ ปญญาวิมุต เทานั้น

                       ในฎีกาแหงวิสุทธิมัคคคือปรมัตถมัญชุสา  มีคํ าอธิบายวา  ผูไมไดวิโมกข 8  เมื่อตั้งอยูใน
                  โสดาปตติมรรคเปน สัทธานุสารี หรือ ธัมมานุสารี อยางใดอยางหนึ่ง ตอจากนั้นเปน สัทธาวิมุต

                  หรือ  ทิฏฐิปปตตะ  จนไดสํ าเร็จอรหัตตผล  จึงเปน  ปญญาวิมุต;  ผูไดวิโมกข 8  เมื่อตั้งอยูใน
                  โสดาปตติมรรคเปน สัทธานุสารี หรือ ธัมมานุสารี อยางใดอยางหนึ่ง ตอจากนั้นเปน กายสักขี

                  เมื่อสํ าเร็จอรหัตตผล เปน อุภโตภาควิมุต
                       นอกจากนี้  มีขอสังเกตวา  บุคคลประเภทกายสักขีนี่เองที่ไดชื่อวา  สมถยานิก;  สวนคํ าวา

                  ปญญาวิมุต  บางแหงมีคํ าจํ ากัดความแปลกออกไปจากนี้วา  ไดแกผูที่บรรลุอรหัต  โดยไมได
                  โลกียอภิญญา 5 และอรูปฌาน 4 (สํ.นิ.16/283–9/147–150; S.II.121.)

                       อริยบุคคล 7 นี้ ในพระสุตตันตปฎก นิยมเรียกวา ทักขิไณยบุคคล 7.

                  D.III.105,254; A.I.118; Ps.II.52; Pug.10,73; Vism.659.  ที.ปา.11/80/115; 336/266; องฺ.ติก.20/460/148;

                                                    ขุ.ปฏิ.31/493–5/380–3; อภิ.ปุ.36/13/139; วิสุทธิ.3/302; วิสุทธิ.ฏีกา3/562–568.
   77   78   79   80   81   82   83   84   85   86   87