Page 379 - ตำราเคมีอินทรีย์ [Jadsada Ratniyom]
P. 379

อัลคีน (alkene)                                                                 351


                       จากกลไกการเกิดปฏิกิริยาการขจัดน้ำแบบ E1 นี้ เกิดผ่านคาร์โบแคทไอออน ดังนั้นเมื่อเกิดคาร์โบแคท
                       ไอออนที่เสถียรปฏิกิริยาก็จะเกิดได้เร็ว ทำให้สามารถสรุปความว่องไวของแอลกอฮอล์แต่ละชนิดใน
                       การปฏิกิริยาการขจัดน้ำได้ดังแสดง

                                           3° แอลกอฮอล์ > 2° แอลกอฮอล์ > 1° แอลกอฮอล์

                                                      อัตราเร็วของปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น

                       ปฏิกิริยาการขจัดน้ำแบบ E1 ที่ใช้สารตั้งต้นเป็น 2˚ และ 3˚ แอลกอฮอล์นั้น จะให้สารผลิตภัณฑ์
                       เป็นอัลคีนเพียงชนิดเดียว ไร้ซึ่งผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาแข่งขัน SN1 ทำให้นักเคมีส่วนใหญ่นิยมใช้

                       ปฏิกิริยาการขจัดน้ำของแอลกอฮอล์ในการเตรียมอัลคีนมากกว่าปฏิกิริยาการขจัดของอัลคิลเฮไลด์

                        ตัวอย่างที่ 7.2 | ทำนายความว่องไวของแอลกอฮอล์ในการเกิดปฏิกิริยา

                        โจทย  ์   จงเรียงลำดับความว่องไวของสารตั้งต้นต่อไปนี้ในการเกิดปฏิกิริยาการขจัดน้ำของ
                                  แอลกอฮอล์







                        วิธีคิด   ปฏิกิริยาการขจัดน้ำแบบ E1 ของสารตั้งต้นที่เป็นแอลกอฮอล์ต่างชนิดกัน จะมีลำดับ
                                  ความว่องไวดังนี้:  3° แอลกอฮอล์ > 2° แอลกอฮอล์ > 1° แอลกอฮอล์

                                  ดังนั้นลำดับความว่องไวต่อการเกิดปฏิกิริยาการขจัดน้ำแบบ E1 ดังแสดง















                                   ในกรณีที่ใช้สารตั้งต้นในปฏิกิริยาการขจัดน้ำ เป็น 1˚ แอลกอฮอล์ กลไกการ
                       เกิดปฏิกิริยาจะเกิดผ่านแบบ E2 นั้น ในการอธิบายกลไกแบบ E2 นี้ จะใช้สารตั้งต้นเป็น propan-1-
                       ol (CH3CH2CH2-OH) เป็นตัวอย่างในการอธิบายกลไกของปฏิกิริยาการขจัดน้ำแบบ E2 (ภาพที่ 7.4)
                                                                       +
                       โดยในขั้นแรก หมู่ไฮดรอกซิล (–OH) จะทำปฏิกิริยากับ H จากกรด จากนั้นเบสอย่าง HSO4 จะเข้า
                                                                                                    -
                       มาทำปฏิกิริยาดึงเบตา H ออก พร้อมทั้งขจัดหมู่ OH2 ออกไปเป็น leaving group ในขั้นนี้จะสลาย
                                                                   +
                       พันธะซิกมา 2 พันธะและมีการสร้างพันธะไพน์ขึ้นมาใหม่ 1 พันธะ การสร้างและสลายพันธะนี้เกิดขึ้น
   374   375   376   377   378   379   380   381   382   383   384