Page 501 - ตำราเคมีอินทรีย์ [Jadsada Ratniyom]
P. 501

เบนซีนและสารประกอบอะโรมาติก                                                     473


                                     ไพร์โรลมีโครงสร้างเป็นวง แบนราบและมีไพน์อิเล็กตรอนเท่ากับ 6 อิเล็กตรอน ตาม
                                     สูตร 4n+2 เมื่อ n = 1 ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ไพร์โรล มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ความ
                                     เป็นอะโรมาติกถึง 3 ข้อ ในข้อสุดท้ายจะเห็นว่า แต่ละอะตอมบนวงไพร์โรลจะมี
                                                        2
                                     ไฮบริดไดเซชันแบบ sp ดังนั้นทุกอะตอมบนวงไพร์โรลจะมี p ออร์บิทัลที่พร้อมจะ
                                     ซ้อนเหลื่อม โดยในกรณีนี้ อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวบน N อะตอมจะอยู่ใน p ออร์บิทัล
                                     ที่ว่างอยู่ เพื่อใช้ในการเกิดเรโซแนนซ์ในวงได้ ดังแสดง

                                                           6 ไพน์อิเล็กตรอนที่ใช้ในการคอนจูเกตชัน



                                                                                  อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวบน N
                                                                                  อะตอม จะอยู่ใน p ออร์บิทัล






                                     จะเห็นว่า ไพร์โรลสามารถเกิดคอนจูเกตชันได้ ทำให้ไพร์โรลมีคุณสมบัติความเป็น

                                     อะโรมาติก ครบตามเกณฑ์ทั้ง 4 ข้อ ดังนั้น ไพร์โรลเป็น อะโรมาติก

                        ตัวอย่างที่ 9.2 | ความเป็นอะโรมาติกของสารประกอบเฮทเทอโรไซคลิก

                        โจทย  ์   จงระบุว่าโมเลกุลใดต่อไปนี้ เป็น อะโรมาติก






                        วิธีคิด   ในการพิจารณาความเป็นอะโรมาติกของสารประกอบเฮทเทอโรไซคลิก จะต้องมี 1)
                                  โครงสร้างเป็นวง 2) แบนราบ 3) มีระบบคอนจูเกตที่สมบูรณ์ และ 4) มีไพน์อิเล็กตรอน

                                  เป็นไปตามสูตร 4n+2 (โดยส่วนใหญ่หากข้อ 4 ผ่านเกณฑ์ ข้อ 1-3 มักจะสอดคล้องกับ
                                  ความเป็นอะโรมาติก) ในข้อ 4 นี้ ให้พยายามนับจำนวนอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวบน

                                  อะตอมอื่น ให้ครบตามสูตร 4n+2 แต่หากไพน์อิเล็กตรอนในวงครบตามสูตร 4n+2
                                  แล้ว ให้พิจารณาว่าคู่โดดเดี่ยวนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดคอนจูเกต

                                  a. สารในข้อ (a) นี้ สารมีโครงสร้างเป็นวง แต่ละ C อะตอมมี ไฮบริดไดเซชันแบบ sp 2

                                  จึงมี p ออร์บิทัลที่ว่างที่จะซ้อนเหลื่อมกันได้ และ O อะตอมในข้อนี้ จะมี ไฮบริไดเซชัน
                                         2
                                  แบบ sp  (กรณีเฉพาะ กรณีนี้กรณีเดียว) เพื่อให้อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว 1 คู่อยู่ใน p
                                                             2
                                  ออร์บิทัลที่ว่าง และอีกคู่อยู่ใน sp  ไฮบริดออร์บิทัล เพื่อให้อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวนั้นมี
   496   497   498   499   500   501   502   503   504   505   506