Page 509 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 509

โจทกและจำเลยทั้งสามทำสัญญาประนีประนอมยอมความวา ใหจำเลยที่ ๑ และที่ ๒

              ประกอบกิจการตามวัตถุประสงคของจำเลยที่ ๒ ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก
              กำแพงเพชร และนครสวรรค เทานั้น โดยใชสถานที่ประกอบกิจการหลักอยูที่จังหวัดพิษณุโลก

              โดยจะไมเปดสาขาในจังหวัดพิจิตร สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร และนครสวรรคอีก จำเลยที่ ๑

              และที่ ๒ ตกลงวาจะหยุดประกอบกิจการที่สาขาขอนแกน มีกำหนดระยะเวลา ๕ ป นับแตวันทำ
              สัญญาเปนตนไป โจทกยินยอมใหจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ดำเนินการกอสรางบานซึ่งไดทำสัญญา

              รับจางกอสรางไวกอนหนาภายในเขตสาขาขอนแกนตามที่ไดทำสัญญารับจางจากผูวาจาง และ

              อยูในระหวางขออนุมัติสินเชื่อกับทางธนาคารรวมทั้งหมด ๖ สัญญา ใหแลวเสร็จ ในการปฏิบัติ
              ตามขอตกลงดังกลาวจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จะไมแตงตั้งตัวแทนเชิดเพื่อดำเนินการแทนจำเลยที่ ๑

              และที่ ๒ หากจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ผิดสัญญาตามขอตกลงดังกลาว ยินยอมใหโจทกบังคับคดีได

              ทันทีในยอดเงิน ๒๐,๘๕๕,๑๑๔.๖๔ บาท ศาลแรงงานภาค ๖ พิพากษาตามยอม
                       โจทกยื่นคำรองวา จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จงใจไมปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอม จำเลย

              ที่ ๑ และที่ ๒ จึงตองรับผิดตอโจทก ยินยอมใหโจทกบังคับคดีในยอดเงิน ๒๐,๘๕๕,๑๑๔.๖๔ บาท

              ขอใหออกหมายบังคับคดี ศาลแรงงานภาค ๖ จึงออกหมายบังคับคดีแกจำเลยที่ ๑ และที่ ๒
                       วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๔ ทนายจำเลยทั้งสามยื่นคำรองวา จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไมได

              กระทำผิดสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่โจทกกลาวหา โจทกไมมีพยานหลักฐานยืนยัน

              ใหปรากฏชัดแจงวา จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ประพฤติผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ การที่ศาล
              หลงเชื่อคำแถลงของโจทกและมีคำสั่งออกหมายบังคับคดี จึงเปนการออกหมายบังคับคดีที่บกพรอง

              ผิดพลาด หรือฝาฝนกฎหมาย ขอใหศาลไตสวนคำรองของจำเลยทั้งสามและมีคำสั่งเพิกถอนหมาย

              บังคับคดี ศาลแรงงานภาค ๖ มีคำสั่งวา นัดไตสวน หมายนัดและสำเนาคำรองใหแกโจทก หากจะ
              คัดคานประการใดใหยื่นเขามากอนหรือภายในวันนัด

                       วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔ โจทกยื่นคำรองขอใหเพิกถอนกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ

              กลาวอางวา จำเลยทั้งสามยื่นคำรองขอใหเพิกถอนหมายบังคับคดีชากวา ๑๕ วัน นับแตวันที่ได
              ทราบขอความหรือพฤติการณอันเปนมูลแหงขออางนั้น และกรณีถือวามีการดำเนินการขึ้นใหม

              หลังจากไดทราบเรื่องบกพรอง ผิดพลาด หรือฝาฝนกฎหมายนั้น และถือวามีการใหสัตยาบันแก

              การออกหมายบังคับคดีแลว คำรองของจำเลยทั้งสามไมชอบดวยกฎหมาย ขอใหมีคำสั่งเพิกถอน
              คำสั่งรับคำรองของจำเลยทั้งสาม

                       ศาลแรงงานภาค ๖ มีคำสั่งวา พิเคราะหแลว การที่ศาลมีคำสั่งรับคำรองขอใหเพิกถอน

              หมายบังคับคดีของจำเลยทั้งสามไวไตสวนนั้น ยังฟงไมไดวาเปนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ
              ยกคำรอง แตใหถือคำรองนี้เปนคำคัดคานของโจทก สำเนาใหจำเลยทั้งสาม


                                                     ๔๙๙
   504   505   506   507   508   509   510   511   512   513   514