Page 601 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 601
คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง นับแตวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ซึ่งเปน
วันที่หักไปจนกวาจะชำระเสร็จ อุทธรณขอนี้ของโจทกฟงขึ้น
คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกตอไปวา จำเลยทั้งสี่กระทำละเมิดและ
ตองรับผิดชดใชคาสินไหมทดแทนใหแกโจทกตามฟองหรือไม เห็นวา การที่จำเลยที่ ๑ หักเงินเดือน
ของโจทกเพื่อชำระหนี้ ถือไดวาเปนคำสั่งทางปกครองและมาตรการบังคับทางปกครองตาม
มาตรา ๕๗ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ที่บัญญัติวา “คำสั่ง
ทางปกครองที่กำหนดใหผูใดชำระเงิน ถาถึงกำหนดแลวไมมีการชำระโดยถูกตองครบถวน
ใหเจาหนาที่มีหนังสือเตือนใหผูนั้นชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดแตตองไมนอยกวาเจ็ดวัน ถาไมมี
การปฏิบัติตามคำเตือนเจาหนาที่อาจใชมาตรการบังคับทางปกครองโดยยึดหรืออายัดทรัพยสิน
ของผูนั้นและขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินใหครบถวน วิธีการยึด การอายัดและการขายทอดตลาด
ทรัพยสินใหปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงโดยอนุโลม...” เมื่อขอเท็จจริงฟง
ไดวาจำเลยที่ ๑ ไดปฏิบัติตามขั้นตอนในการใชมาตรการบังคับทางปกครองครบถวนแลว โดย
แจงใหโจทกชำระคาสินไหมทดแทนภายใน ๓๐ วัน นับแตวันที่ไดรับหนังสือแตโจทกเพิกเฉย
จำเลยที่ ๑ จึงมีหนังสือเตือนใหโจทกชดใชคาสินไหมทดแทนอีกครั้งภายใน ๑๕ วัน นับแตวันที่
ไดรับหนังสือ โจทกยังคงเพิกเฉย จำเลยที่ ๑ ยอมเขาใจโดยสุจริตวามีสิทธิยึดหรืออายัดทรัพยสิน
ของโจทกโดยวิธีหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้คาสินไหมทดแทนตามบทบัญญัติดังกลาวได การกระทำ
ของจำเลยที่ ๑ จึงไมเปนการละเมิด ตอโจทก สวนจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ปฏิบัติหนาที่ตามอำนาจ
หนาที่ในฐานะผูอำนวยการและพนักงานของจำเลยที่ ๑ โดยมิไดมีเจตนากลั่นแกลงโจทก
เปนสวนตัว จำเลยทั้งสี่จึงไมตองรับผิดชดใชคาสินไหมทดแทนแกโจทกตามฟอง ที่ศาลแรงงานกลาง
วินิจฉัยมานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวยในผลอุทธรณขอนี้ของโจทกฟงไมขึ้น
พิพากษาแกเปนวา ใหเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ลงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๙
ที่ใหหักเงินไดทุกประเภทของโจทก กับใหจำเลยที่ ๑ คืนเงินที่หักไวทั้งหมด พรอมดอกเบี้ยอัตรา
รอยละ ๑๕ ตอป นับแตวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙ เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก
คำขออื่นนอกจากนี้ใหยก นอกจากที่แกใหเปนไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.
(โสภณ พรหมสุวรรณ - พิเชฏฐ รื่นเจริญ - ศราวุธ ภาณุธรรมชัย)
มนุเชษฐ โรจนศิริบุตร - ยอ
สุโรจน จันทรพิทักษ - ตรวจ
๕๙๑

